⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3316/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3316/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาในชั้นบังคับคดี ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลอีก หากโจทก์เดิมได้เสียค่าขึ้นศาลไว้แล้ว.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ในชั้นบังคับคดี โดยอาศัยเหตุที่ผู้ร้องมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งเนื่องจากผู้ร้องเป็นผู้ซื้อหรือรับโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษามาจากการขายทอดตลาดซึ่งดำเนินการโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ในคดีล้มละลาย กรณีมิใช่เป็นเรื่องที่ผู้ร้องพิพาทกับจำเลยทั้งสองในมูลหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกันที่โจทก์กับจำเลยทั้งสองพิพาทกันและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปแล้ว ทั้งการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีโดยอาศัยเหตุดังกล่าวก็มิได้เรียกร้องสิ่งใดขึ้นใหม่หรือเกินไปกว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีอยู่ตามคำพิพากษา ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ไว้แล้วในชั้นที่โจทก์ยื่นฟ้องคดี จึงไม่มีเหตุให้ผู้ร้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 510,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์ขอให้บังคับคดี ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแล้ว ต่อมาโจทก์ถูกศาลล้มละลายกลาง สั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ในคดีหมายเลขแดงที่ 396/2544 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ในชั้นบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) อ้างว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง เนื่องจากผู้ร้องเป็นผู้ซื้อและได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์รวมทั้งสิทธิเรียกร้องที่โจทก์มีต่อจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาในคดีนี้มาจากการขายซึ่งดำเนินการโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ในคดีล้มละลาย จำเป็นที่ผู้ร้องต้องร้องสอดเข้ามาในคดี เพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ยื่นคำแถลงรับข้อเท็จจริงตามคำร้องและไม่คัดค้านคำร้องขอของผู้ร้อง วันนัดไต่สวนคำร้องขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นโจทก์แทนโดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) มิใช่อาศัยอำนาจตามกฎหมายพิเศษที่อนุญาตให้มีการสวมสิทธิเป็นโจทก์แทนได้ การที่ผู้ร้องเสียค่าคำร้องขอมาเพียง 20 บาท จึงไม่ถูกต้อง เนื่องจากคำร้องขอตามบทกฎหมายดังกล่าวนั้นเป็นคำฟ้อง และถือว่าเป็นคำร้องขอที่มีทุนทรัพย์เท่ากับหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งผู้ร้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระให้แก่ผู้ร้องแทนการชำระให้แก่โจทก์ จึงให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ดังกล่าวภายใน 30 วัน ผู้ร้องจึงชำระค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ในอัตราร้อยละ 2.5 ของจำนวนหนี้ตามคำพิพากษา เป็นเงิน 37,510 บาท และได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นโจทก์ได้ตามร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องเพียงว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์เท่ากับจำนวนหนี้ตามคำพิพากษานั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ในชั้นบังคับคดี ก็โดยอาศัยเหตุที่ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง เนื่องจากผู้ร้องเป็นผู้ซื้อและได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษามาจากการขายซึ่งดำเนินการโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ในคดีล้มละลาย กรณีมิใช่เป็นเรื่องที่ผู้ร้องพิพาทกับจำเลยทั้งสองในมูลหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกัน ซึ่งเป็นมูลหนี้ที่โจทก์กับจำเลยทั้งสองพิพาทกันและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปแล้ว ทั้งการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดี เพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่โดยอาศัยเหตุดังกล่าว มิได้เรียกร้องสิ่งใดขึ้นใหม่หรือเกินไปกว่าสิทธิเรียกร้องที่โจทก์มีอยู่ตามคำพิพากษา ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ไว้แล้วในชั้นที่โจทก์ยื่นฟ้องคดี จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลอีก การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์จึงไม่ถูกต้อง และเมื่อผู้ร้องได้ชำระค่าขึ้นศาลตามคำสั่งของศาลชั้นต้นมาแล้ว จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลจำนวนดังกล่าวแก่ผู้ร้อง อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์และให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้น 37,510 บาท แก่ผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3316/2549 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยธำรง จำกัด โจทก์ บริษัทเงินทุนเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นายพงษกร ผิวดำ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยธำรง จำกัด · ผู้ร้อง - บริษัทเงินทุนเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายพงษกร ผิวดำ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัชลิต ละเอียด · สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ