⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3655/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3655/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยไม่ชำระค่าธรรมเนียมศาลภายในกำหนดและไม่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอขยายเวลาการวางเงิน คดีย่อมถึงที่สุดและไม่อาจยื่นคำร้องขอวางเงินค่าธรรมเนียมศาลได้อีก

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลย และให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน 15 วัน แต่จำเลยไม่ชำระภายในกำหนด กลับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการวางเงินศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องและไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ดังนี้ ทางแก้ของจำเลยคือจำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ และนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวจนพ้นกำหนดระยะเวลา คดีย่อมถึงที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอวางเงินค่าธรรมเนียมศาลได้อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์จำเลยยื่นอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า จำเลยมิได้ยากจนจริง ยังมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาล จึงให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายใน 15 วัน วันที่ 9 สิงหาคม 2545 จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลบางส่วนและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลานำเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางศาลภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่จำเลยไม่ได้นำค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด จนกระทั่งพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงิน จำเลยกลับยื่นคำร้องขออนุญาตวางเงินค่าธรรมเนียมส่วนที่เหลือ โดยอ้างเหตุผลว่า เข้าใจว่าครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในวันที่ 20 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากพ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมแล้ว และศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2544 จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ วันที่ 29 กรกฎาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลย ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 15 วัน วันที่ 9 สิงหาคม 2545 จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระบางส่วน และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาล ส่วนที่เหลือในวันที่ 10 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นอนุญาต ปรากฏว่าจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาออกไป วันที่ 14 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยผู้อุทธรณ์ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในกำหนดตามคำสั่งศาล จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ในวันเดียวกันจำเลยยื่นคำร้องว่า ที่จำเลยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางภายในกำหนดเวลานั้นด้วยความเข้าใจผิดของจำเลยว่าจะครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในวันที่ 20 ตุลาคม 2545 และจำเลยได้เตรียมค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางแล้วมีความประสงค์จะวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือ ขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเนื่องจากพ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมแล้ว และศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยจึงฎีกาเป็นคดีนี้ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยไปแล้ว ทางแก้ของจำเลยคือจำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 6 และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามที่บทบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวจนพ้นกำหนดระยะเวลา คดีย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง จำเลยจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอวางเงินค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ได้อีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และรับฎีกาของจำเลย และศาลอุทธรณ์ภาค 6 รับวินิจฉัยเรื่องการขอวางเงินค่าธรรมเนียมให้จึงเป็นการไม่ชอบ" พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 และยกฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลยค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3655/2549 นายจเร ศักดิ์พันธ์ โจทก์ นายจำลอง โพธิ์ทับทิม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจเร ศักดิ์พันธ์ · จำเลย - นายจำลอง โพธิ์ทับทิม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · สบโชค สุขารมณ์ · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1454/2492ฎีกา 1022/2551ฎีกา 432/2503ฎีกา 568/2528ฎีกา 1734/2506ฎีกา 1575/2538ฎีกา 445/2541ฎีกา 185/2566ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1142/2565ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1075/2504ฎีกา 8086/2543ฎีกา 4802/2548ฎีกา 2833/2531ฎีกา 8909/2544ฎีกา 4122/2540ฎีกา 946/2550ฎีกา 1520/2548ฎีกา 16/2497ฎีกา 9407/2546ฎีกา 715/2503ฎีกา 89/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ