⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8909/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8909/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษา จำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน พร้อมทั้งวางค่าฤชาธรรมเนียมและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล

ย่อคำพิพากษา

ในคดีแพ่ง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยแล้ว หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จำเลยจะต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ทั้งจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลอีกด้วย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 การที่จำเลยเพียงยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราว โดยที่ศาลยังมิได้อนุญาตให้ทุเลาการบังคับได้ จะถือว่าจำเลยได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแล้วมิได้ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องยกคำร้อง แม้จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็มิใช่กรณีทิ้งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ร่วมรับผิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งแปดยื่นอุทธรณ์ พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นออกไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๒ ต่อมาวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๒ จำเลยทั้งแปดยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก ๒๐ วัน โดยอ้างเหตุว่าเจ้าหน้าที่ศาลกำหนดให้ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งแปดมาทราบคำสั่งศาลในวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๒ แต่ในวันดังกล่าวไม่พบสำนวน ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยทั้งแปดจึงมาตรวจดูคำสั่งศาลที่การ์ดคำสั่งของศาลเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๒ จึงทราบว่าล่วงเลยระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตแล้ว โดยที่ทนายจำเลยทั้งแปดไม่อาจทราบได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เหตุที่อ้างตามคำร้องเป็นการละเลยที่จะขวนขวายขอทราบคำสั่งศาลไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ พร้อมทั้งสั่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งแปดว่า จำเลยทั้งแปดไม่นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลขยายให้ จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยทั้งแปดอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๔ จึงให้ผู้อุทธรณ์นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด ๒๐ วัน ต่อมาจำเลยทั้งแปดนำเงินเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลภายในกำหนดเท่านั้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดต่อไปว่า ผู้อุทธรณ์วางเงินเฉพาะค่าธรรมเนียมศาล ไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลในกำหนด ให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยทั้งแปดทิ้งอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยทั้งแปดแล้ว หากจำเลยทั้งแปดประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จำเลยทั้งแปดจะต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ทั้งจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลอีกด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๔ การที่จำเลยทั้งแปดเพียงยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราว โดยที่ศาลยังมิได้อนุญาตให้ทุเลาการบังคับได้ จะถือว่าจำเลยทั้งแปดได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลแล้วดังที่จำเลยทั้งแปดฎีกามิได้ เมื่อจำเลยทั้งแปดไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งแปดเสีย มิใช่กรณีทิ้งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นของจำเลยทั้งแปด. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8909/2544 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทนครไทยสตีลเวอร์ค จำกัด ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทนครไทยสตีลเวอร์ค จำกัด ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · วิเทพ ศิริพากย์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายนันทชัย เพียรสนอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4326/2540ฎีกา 3914/2531ฎีกา 1337/2533ฎีกา 1022/2551ฎีกา 393/2536ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 3589/2525ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 3830/2524ฎีกา 8086/2543ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 2159/2530ฎีกา 946/2550ฎีกา 9407/2546ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2838/2539ฎีกา 4527/2539ฎีกา 1369/2513ฎีกา 6000/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา