⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1337/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1337/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายจำเลยลงชื่อรับทราบวันนัดฟังคำสั่งศาล ถือเป็นการแสดงเจตนายอมรับผูกพันตนเองว่าจะมาฟังคำสั่ง หากไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว และหากจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ถือเป็นการทิ้งฟ้องตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาของจำเลยหน้าแรกมีข้อความซึ่งประทับด้วยตรายางของศาลชั้นต้นว่า "ให้มาทราบคำสั่งในวันที่ 24 ตุลาคม 2532 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว" โดยมีทนายจำเลยลงชื่อไว้ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยผู้ยื่นฎีกาจัดการนำส่งสำเนาฎีกาให้อีกฝ่ายหนึ่งภายใน 15 วัน แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งในวันรุ่งขึ้นหลังจากจำเลยยื่นฎีกา (วันที่ 20 ตุลาคม 2532) ก็ตาม แต่การที่ทนายจำเลยลงชื่อทราบวันนัดให้มาฟังคำสั่งศาลดังกล่าว เป็นการแสดงเจตนายอมรับผูกพันตนเองว่าจะมาฟังคำสั่งในวันดังกล่าว ถ้าไม่มาก็ให้ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งแล้ว ดังนั้นแม้จำเลยจะมิได้มาฟังคำสั่ง ก็ถือว่าคำสั่งศาลนั้นได้ส่งให้จำเลยโดยชอบ และจำเลยทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2532 เมื่อจำเลยเพิกเฉยมิได้จัดการนำส่งสำเนาฎีกาภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง จึงเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.70 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวน ๘๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๓๒ ฎีกาของจำเลยที่ ๒ หน้าแรกมีข้อความซึ่งประทับด้วยตรายางของศาลชั้นต้นว่า"ให้มาทราบคำสั่งในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๒ ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้วโดยมีลายมือชื่อทนายจำเลยที่ ๒ ผู้ยื่นฎีกาเซ็นไว้ในระหว่างคำว่า "(ลงชื่อ)" และคำว่า "ผู้ร้องหรือผู้ยื่น" ศาลชั้นต้นสั่งในฎีกาของจำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๒ ว่า"เสนอวันนี้ รับฎีกา ให้ผู้ฎีกานำส่งสำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายใน๑๕ วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา" ต่อมาวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๒ เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีมีหนังสือรายงานศาลชั้นต้นว่า พ้นกำหนด๑๕ วันแล้ว จำเลยที่ ๒ หรือผู้แทนไม่มาเสียค่าธรรมเนียมในการส่งสำเนาฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีสำนวนมาศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นกำหนดเวลาให้จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นโจทก์ในชั้นฎีกาจัดการนำส่งสำเนาฎีกาให้อีกฝ่ายหนึ่งภายใน ๑๕ วัน แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งในวันรุ่งขึ้นหลังจากจำเลยที่ ๒ยื่นฎีกา ๑ วันก็ตาม การที่ทนายจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อทรายวันนัดให้มาฟังคำสั่งของศาลดังได้กล่าวมาแล้วในตอนต้นเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ ๒ ยอมรับผูกพันตนเองว่า จะมาฟังคำสั่งในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๒ ถ้าไม่มาก็ให้ถือว่าจำเลยที่ ๒ทราบคำสั่งแล้ว นอกจากนี้ก็ปรากกว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งดังกล่าวในฎีกาตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๒ ซึ่งเป็นวันก่อนที่จะถึงวันที่กำหนดให้จำเลยที่ ๒ มาทราบคำสั่ง ฉะนั้น แม้จำเลยที่ ๒จะมิได้มาฟังคำสั่ง ก็ถือว่าคำสั่งศาลนั้นได้ส่งให้จำเลยที่ ๒โดยชอบ และจำเลยที่ ๒ ทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม๒๕๓๒ ระยะเวลาสิ้นสุดที่จำเลยที่ ๒ จะต้องนำส่งสำเนาฎีกาตามคำสั่งศาลชั้นต้น คือวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ แต่ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๒ ว่าจำเลยที่ ๒ เพิกเฉยมิได้จัดการนำส่งสำเนาฎีกาในกำหนดนั้นจึงเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๔(๒) ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลฎีกา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1337/2533 พลทหารสมควร สังข์วรณ์ โจทก์ บริษัทขนส่ง จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พลทหารสมควร สังข์วรณ์ · จำเลย - บริษัทขนส่ง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา ธนานันท์ · ศักดา โมกขมรรคกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมพงษ์ สนธิเณร · ศาลอุทธรณ์ - นายราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3966/2551ฎีกา 4326/2540ฎีกา 3914/2531ฎีกา 1223/2535ฎีกา 1700/2518ฎีกา 393/2536ฎีกา 3865/2537ฎีกา 222/2511ฎีกา 959/2535ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1419/2543ฎีกา 7857/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 7560/2543ฎีกา 5393/2542ฎีกา 2159/2530ฎีกา 728/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา