⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 704/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 704/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ทราบคำสั่งศาลให้ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มแล้วแต่เพิกเฉย ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง และไม่มีกฎหมายบัญญัติให้คืนค่าขึ้นศาลในกรณีทิ้งฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทราบคำสั่งของศาลแล้วโจทก์เพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มตามที่ศาลกำหนด ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) การทิ้งฟ้องนั้นไม่มีกฎหมายบัญญัติให้คืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์ เหมือนอย่างกรณีที่ศาลไม่รับคำฟ้อง หรือถอนฟ้อง หรือยอมความกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.151 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำแถลงของจำเลยว่า โจทก์ทราบคำสั่งของศาลโดยชอบแล้ว แต่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีโดยไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มต่อศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนด ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 30 มกราคม 2522 โดยแจ้งชัดว่า ให้โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มตามทุนทรัพย์ คือค่าภาษีการค้า 1,318,984.56 บาทและค่าปรับอีก 3,383,638.48 บาทภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สั่งซึ่งโจทก์ได้ลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณานั้นแล้วต่อมาโจทก์ยังได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2522 และ 17 เมษายน 2522 ขอเลื่อนกำหนดเวลาการชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มออกไปอีกครั้งละ15 วัน ซึ่งศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ทั้งสองครั้ง ในการขอเลื่อนครั้งสุดท้ายคือวันที่ 17 เมษายน 2522 นั้น โจทก์ได้หมายเหตุไว้ในท้ายคำร้องว่า ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ซึ่งศาลก็ได้มีคำสั่งอนุญาตไว้ในวันเดียวกับที่โจทก์ยื่นคำร้องนั้นเอง ฉะนั้นจึงต้องถือว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว การที่โจทก์เพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มตามที่ศาลกำหนด จึงถือได้ว่าเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ศาลล่างทั้งสองจำหน่ายคดีชอบแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่า ทุนทรัพย์ในคดีนี้ยังไม่แน่นอนโดยศาลแพ่งยังมิได้กำหนดทุนทรัพย์นั้นฟังไม่ขึ้น เพราะศาลแพ่งได้กำหนดทุนทรัพย์ที่โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 30 มกราคม2522 โดยแจ้งชัดแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นเป็นพับ เป็นการไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเช่นนั้นเป็นผลดีแก่โจทก์อยู่แล้ว เพราะเท่ากับเป็นการสั่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าโจทก์ไม่ต้องชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยนั่นเอง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าศาลควรคืนค่าฤชาธรรมเนียมให้โจทก์ ซึ่งโจทก์คงจะหมายถึงว่าควรคืนค่าธรรมเนียมฟ้องหรือค่าขึ้นศาล 42,295 บาท ที่โจทก์เสียไว้ตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ 19 เมษายน 2521 ให้โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีทิ้งฟ้องนั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้คืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์เหมือนอย่างกรณีที่ศาลไม่รับคำฟ้อง หรือถอนฟ้อง หรือยอมความกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองไม่คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่โจทก์เสียไว้แล้วเป็นเงิน 42,295 บาทให้แก่โจทก์ในกรณีที่โจทก์ทิ้งฟ้องนั้น จึงเป็นการชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 704/2524 บริษัทชวริน จำกัด โจทก์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนสำนักนายกรัฐมนตรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทชวริน จำกัด · จำเลย - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนสำนักนายกรัฐมนตรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์ · พินิจ สังขนันท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4326/2540ฎีกา 3914/2531ฎีกา 1223/2535ฎีกา 1337/2533ฎีกา 1700/2518ฎีกา 393/2536ฎีกา 3865/2537ฎีกา 222/2511ฎีกา 959/2535ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 445/2541ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1419/2543ฎีกา 516/2486ฎีกา 7857/2538ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 7560/2543ฎีกา 2159/2530ฎีกา 728/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา