⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4023/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4023/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สิทธิในการขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ซึ่งได้ประดิษฐ์ขึ้นในฐานะข้าราชการของมหาวิทยาลัยของรัฐนั้น มิใช่ของข้าราชการผู้นั้น 2. การฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดสิทธิบัตร จะต้องกระทำหลังจากที่ได้มีการออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ส. เป็นข้าราชการในมหาวิทยาลัยของรัฐ สิทธิขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ซึ่งได้ประดิษฐ์ขึ้นในฐานะข้าราชการมหาวิทยาลัยดังกล่าวจึงมิใช่ของตน เมื่อ ส. โอนสิทธิไปให้โจทก์ โจทก์นั้นจึงไม่อาจอ้างความเป็นเจ้าของสิทธิในการขอรับสิทธิบัตรได้ ประกอบกับยังมีกรณีโต้แย้งเกี่ยวกับผู้มีสิทธิในการขอรับสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์พิพาทที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง การฟ้องเรียกค่าเสียหายการละเมิดสิทธิบัตรต้องยื่นฟ้องต่อศาลหลังจากที่ได้มีการออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 เพิกถอนคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เลขที่ 052140 ชื่อการแสดงการประดิษฐ์ "เตาเผ่าแกลบแบบไซโคลน 2 ชั้น และวิธีการเผาไหม้" ที่มีรายละเอียดและสาระสำคัญการประดิษฐ์และข้อถือสิทธิเช่นเดียวกันคำขอรับสิทธิบัตรเลขที่ 058380 ชื่อแสดงการประดิษฐ์ "เตาและวิธีการเผาเศษวัสดุการเกษตร เพื่อกำเนิดพลังงานความร้อนที่ปลอดมลพิษด้วยห้องเผาไหม้ระบบลมหมุนวน 2 ห้อง" ของโจทก์และให้จำเลยที่ 2 เพิกถอนคำคัดค้านการขอรับสิทธิบัตรของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 1,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลมีคำสั่งอนุญาตและให้จำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในประการแรกตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์เป็นเจ้าของสิ่งประดิษฐ์อันจะทำให้มีสิทธิขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์หรืออีกนัยหนึ่งโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์รับฟังได้ว่า สิทธิในการประดิษฐ์และงานประดิษฐ์ตามฟ้องหรือที่โจทก์นำไปขอรับสิทธิบัตรต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นงานที่สำคัญที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยให้ทุนแก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีดำเนินการวิจัยและคิดค้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร. สมชาติ ซึ่งเป็นนักวิชาการของมหาวิทยาลัยเป็นหัวหน้ากลุ่มวิจัยและเอกสารที่แนบโดยในสัญญาข้อ 8 ระบุให้หน่วยงานทั้งสองเป็นเจ้าของร่วมกันในสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นจากโครงการวิจัยนี้ ต่อมาเมื่องานวิจัยเสร็จสมบูรณ์ ศาสตราจารย์ ดร.สมชาติ ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการได้ทำหนังสือโอนสิทธิในงานวิจัยให้แก่สองหน่วยงานดังกล่าวและโจทก์เพื่อนำไปยื่นขอรับสิทธิบัตรและสิทธิอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหน่วยงานทั้งสองและโจทก์จึงได้ไปยื่นขอรับสิทธิบัตรต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาตามคำขอเลขที่ 058380 อย่างไรก็ตาม ทางนำสืบของโจทก์ก็หาได้แสดงว่าหนังสือทำให้โจทก์มีอำนาจที่จะนำคดีมาฟ้องให้จำเลยที่ 1 ต้องเพิกถอนการยื่นขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ที่โจทก์อ้างว่ามีสาระการประดิษฐ์เช่นเดียวกับงานตามโครงการวิจัยดังกล่าวพร้อมชดใช้ค่าเสียหายฐานละเมิด เพราะตามเอกสารที่โจทก์เป็นฝ่ายอ้างส่งมีใจความสำคัญระบุให้กองทุนสนับสนุนการวิจัยและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเป็นเจ้าของสิทธิในโครงการวิจัยนี้ร่วมกันโดยมีศาสตราจารย์ ดร.สมชาติเป็นเพียงผู้ทำการวิจัยในฐานะข้าราชการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเท่านั้น จึงไม่ใช่เจ้าของสิทธิในงานวิจัยที่จะมีอำนาจโอนให้โจทก์ได้ โจทก์จึงไม่อาจอ้างความเป็นเจ้าของสิทธิมาฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีนี้ กรณีจึงไม่จำต้องพิจารณาพยานหลักฐานฝ่ายจำเลยที่ 1 นอกจากนี้สิทธิเนื่องจากทั้งโจทก์ (รวมถึงหน่วยงานทั้งสอง) และจำเลยที่ 1 ต่างยื่นคำขอรับสิทธิบัตรด้วยกัน และปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าฝ่ายใดมีสิทธิขอรับสิทธิบัตร กรณีจึงเป็นไปตาม บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 35 ทวิ ที่บัญญัติให้ผู้ขอรับสิทธิเรียกค่าเสียหายจากผู้ละเมิดสิทธิด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลแต่ต้องหลังจากที่ได้มีการออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรแล้ว ดังนั้นเมื่อยังไม่มีการออกสิทธิบัตรให้แก่โจทก์เช่นนี้ โจทก์จึงยังไม่อาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ยื่นคำแก้อุทธรณ์ด้วยตนเองจึงไม่สั่งค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4023/2549 บริษัทไร้ซ์ เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด โจทก์ นายบุญเรือง ศรีสวัสดิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไร้ซ์ เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด · จำเลย - นายบุญเรือง ศรีสวัสดิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางกรกันยา สุวรรณพานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา