คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4691/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดกฎหมายหลายบทที่เกี่ยวพันกัน ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด.
ย่อคำพิพากษา
การจอดรถกีดขวางการจราจร และการใช้รถที่บรรทุกเกินความยาวของตัวรถโดยไม่ติธงสัญญาณตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57 (15) กับการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอันเป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 291 ตามฟ้องนั้น ถือได้ว่าเป็นการกระทำในครั้งคราวเดียวที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 การที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยในเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันจึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 4, 15, 57, 148, 152
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57 (15), 148, 152 ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 6 ปี ฐานบรรทุกของยื่นเกินความยาวของตังรถ โดยไม่แสดงสัญญาณปรับ 500 บาท ฐานจอดรถกีดขวางการจราจรปรับ 1,000 บาท รวมจำคุก 6 ปี ปรับ 1,500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี และปรับ 750 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษปรับจำเลยฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายอีกสถานหนึ่งเป็นเงิน 10,000 บาท และปรับฐานจอดรถกีดขวางการจราจรเป็นเงิน 500 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย คงปรับ 5,000 บาท ฐานจอดรถกีดขวางการจราจรปรับ 250 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติจังหวัดลำปางทุก 3 เดือน ต่อครั้ง ตลอดระยะเวลารอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า สมควรลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า แม้ว่าการจอดรถกีดขวางการจราจร และการใช้รถที่บรรทุกเกินความยาวของตัวรถโดยไม่ติดธงสัญญาณตามที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แต่ได้ความตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยว่าภายหลังเกิดเหตุแล้วจำเลยก็ไม่ได้หลบหนีและได้ประสานงานกับชาวบ้านแล้วนำเหตุไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจประจำป้อมตำรวจที่ใกล้เคียงทันที จำเลยมีอาชีพการงานเป็นหลักแหล่ง มีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูครอบครัว ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏจากคำแก้ฎีกาจำเลยว่า จำเลยได้พยายามบรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ภริยาผู้ตายไปแล้วเป็นจำนวน 450,000 บาท กรณีจึงมีเหตุสมควรปรานีจำเลยโดยการรอการลงโทษจำคุกไว้เพื่อให้โอกาสจำเลยได้ประพฤติตนเป็นคนดีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง การจอดรถกีดขวางการจราจร และการใช้รถที่บรรทุกเกินความยาวของตัวรถโดยไม่ติดธงสัญญาณตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 กับการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ตามฟ้องนั้นถือได้ว่าเป็นการกระทำในครั้งคราวเดียวที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 การที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยในเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันจึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57 (15), 148, 152 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 โดยไม่ปรับจำเลยสำหรับความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4691/2549
พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์
นายสัมฤทธิ์ มาชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง · จำเลย - นายสัมฤทธิ์ มาชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวลิต ตุลยสิงห์ · เกษม วีรวงศ์ · บุญส่ง น้อยโสภณ |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ