⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4786/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4786/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรเมื่อเด็กบรรลุนิติภาวะแล้ว ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันบรรลุนิติภาวะ แม้จะเพิ่งมีการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องภายหลัง ก็ไม่อาจนำมาอ้างเพื่อยกเว้นอายุความได้

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม บัญญัติว่า ในกรณีที่เด็กบรรลุภาวะแล้วจะต้องฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ปรากฏตามสูติบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านว่า ผู้ร้องเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2512 ผู้ร้องยื่นคำร้องคดีนี้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2546 ขณะผู้ร้องมีอายุได้ 34 ปี จึงเป็นการยื่นคำร้องขอเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันบรรลุนิติภาวะ คดีของผู้ร้องจึงขาดอายุความ แม้ผู้ร้องจะอ้างว่าผู้ตายไม่เคยปฏิเสธว่าผู้ร้องมิใช่บุตรไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายจนเมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว ผู้ร้องไปติดต่อขอรับเงินสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิกคุรุสภา (ช.พ.ค.) แต่เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการให้ อ้างว่าไม่มีหลักฐานแสดงว่าผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย นับเป็นเหตุขัดข้องโดยเพิ่งเกิดการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงต้องใช้สิทธิทางศาลขอให้มีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ก็ตาม แต่การใช้สิทธิทางศาลของผู้ร้องก็ยังต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติเรื่องอายุความดังกล่าวด้วย ผู้ร้องจะอ้างว่าผู้ร้องเพิ่งถูกโต้แย้งสิทธิ คดียังไม่ขาดอายุความหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1556

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นบุตรนายตัน แหวนเงิน ผู้ตายกับนางละออ เปลื้องป่าย ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาตั้งแต่ปี 2509 โดยมิได้จดทะเบียนสมรส มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 2 คน คือ ผู้ร้องและผู้คัดค้าน ผู้ตายอุปการะเลี้ยงดูผู้ร้องและรับรองว่าผู้ร้องเป็นบุตรต่อสาธารณชน แม้ต่อมาภายหลังผู้ตายแยกทางกับนางละออ แต่ก็ยังคงอุปการะเลี้ยงดูผู้ร้องตลอดมา ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรของนายตัน แหวนเงิน ผู้ตายกับนางละออ เปลื้องป่าย บิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสกัน ผู้ตายจดทะเบียนรับรองผู้คัดค้านเป็นบุตร ผู้ตายมิได้เป็นผู้แจ้งการเกิดของผู้ร้องด้วยตนเอง และมิได้จัดให้มีการแจ้งการเกิดหรือยินยอมให้มีการแจ้งการเกิดของผู้ร้องแต่อย่างใด นอกจากนี้ ตามสำเนาสูติบัตรของผู้ร้องระบุว่า ผู้ร้องเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2512 ขณะที่ผู้คัดค้านเกิดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2511 ซึ่งเป็นเวลาห่างกันเพียง 5 เดือน ผู้ตายจึงมิอาจเป็นบิดาของผู้ร้องได้ ผู้ตายและนางละออแยกทางกันประมานเดือนเมษายน 2512 แล้วนางละออพาผู้คัดค้านไปอาศัยอยู่ที่จังหวัดนครพนมโดยที่ผู้ตายไม่เคยมาหรืออยู่กินกับนางลออและไม่เคยส่งเสียผู้ร้อง ทั้งมิได้มีพฤติการณ์ใดๆ ที่ผู้ตายแสดงว่าผู้ร้องเป็นบุตร คำร้องขอของผู้ร้องขาดอายุความ ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องประการแรกว่า คดีของผู้ร้องขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1556 วรรคสาม บัญญัติว่า ในกรณีที่เด็กบรรลุนิติภาวะแล้วจะต้องฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ปรากฏตามสูติบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านว่าผู้ร้องเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2512 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันบรรลุนิติภาวะ คดีของผู้ร้องจึงขาดอายุความ แม้ผู้ร้องจะอ้างว่าผู้ตายไม่เคยปฏิเสธว่าผู้ร้องมิใช่บุตร ไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย จนเมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายแล้วผู้ร้องไปติดต่อขอรับเงินสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิกคุรุสภา (ช.พ.ค.) แต่เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการให้อ้างว่าไม่มีหลักฐานแสดงว่าผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย นับเป็นเหตุขัดข้องโดยเพิ่งเกิดการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงต้องใช้สิทธิทางศาลขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ก็ตาม แต่การใช้สิทธิทางศาลของผู้ร้องก็ยังต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติเรื่องอายุความดังกล่าวด้วย ผู้ร้องจะอ้างว่าผู้ร้องเพิ่งถูกโต้แย้งสิทธิ คดียังไม่ขาดอายุความหาได้ไม่ คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องในปัญหาว่า ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4786/2549 นางขวัญเรือน ดวงมาลา ผู้ร้อง นางสัญญลักษณ์ มูลสุวรรณ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางขวัญเรือน ดวงมาลา · ผู้คัดค้าน - นางสัญญลักษณ์ มูลสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · วิชา มหาคุณ · เกรียงชัย จึงจตุรพิธ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ