⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5147/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5147/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนสหกรณ์ในการซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาด กลับซื้อทรัพย์สินนั้นในนามส่วนตัวโดยไม่ชอบด้วยอำนาจที่ได้รับมอบหมาย ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของสหกรณ์และอาจเป็นการทุจริต สิทธิในการเรียกร้องให้โอนทรัพย์สินนั้นย่อมเป็นของสหกรณ์ ไม่ใช่ของผู้ที่นำที่ดินไปจำนอง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินมีโฉนดเนื้อที่ดิน 29 ไร่ 2 งาน 13 ตารางวา เป็นของโจทก์ โจทก์ได้นำที่ดินดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันหนี้ ส. สามีโจทก์ต่อสหกรณ์การเกษตร ต่อมาสหกรณ์การเกษตรได้ยื่นฟ้อง ส. เป็นจำเลยที่ 1 และฟ้องโจทก์เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ มิฉะนั้นให้บังคับที่ดินที่จำนองและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว จำเลยซึ่งเป็นประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรได้ซื้อที่ดินในฐานะส่วนตัวแล้วใส่ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยปราศจากอำนาจที่สหกรณ์การเกษตรให้จำเลยเข้าประมูลสู้ราคาหรือซื้อทรัพย์สินในการขายทอดตลาดและทำนิติกรรมรับโอนที่ดินแทนสหกรณ์การเกษตร แต่จำเลยกลับกระทำขัดต่อหนังสือมอบอำนาจที่ทางสหกรณ์การเกษตรให้อำนาจไว้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและผิดต่อข้อบังคับของสหกรณ์การเกษตร ส่อไปในทางทุจริต และต่อมาจำเลยและบริวารได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินแปลงดังกล่าวอีกด้วย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินเป็นของสหกรณ์การเกษตร และห้ามจำเลยเข้ายุ่งเกี่ยวในที่ดินต่อไป ซึ่งหากจำเลยได้ทำการละเมิดจริง ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือถูกโต้แย้งสิทธิคือสหกรณ์การเกษตร มิใช่โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2005 และโจทก์นำที่ดินดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้ของนายสมบัติ ดนตรีไทย สามีโจทก์ต่อสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2539 สหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด ฟ้องนายสมบัติและโจทก์เป็นจำเลยในคดีแพ่ง เรื่อง กู้ยืม บังคับจำนอง และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 824/2539 เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว จำเลยในฐานะประธานกรรมการสหกรณ์ฯ ได้ซื้อที่ดินในฐานะส่วนตัวและใส่ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นของตนเองโดยปราศจากอำนาจที่สหกรณ์ฯ ให้เข้าประมูลสู้ราคาหรือซื้อทรัพย์สินในการขายทอดตลาด จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน อันเป็นการกระทำที่ผิดต่อข้อบังคับของสหกรณ์ฯส่อไปในทางทุจริต ต่อมาเมื่อประมาณปลายปี 2543 จำเลยและบริวารบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ที่ยังครอบครองทำนาอยู่ โดยปลูกกระท่อม ตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง ทำสูบน้ำบ่อบาดาลพร้อมปั๊มน้ำ และปลูกพันธ์ไม้หลายชนิด โจทก์พยายามขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2005 ตำบลวัดโคก อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เป็นของสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด และห้ามจำเลยเข้าไปยุ่งเกี่ยวในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป จำเลยให้การว่า จำเลยได้ที่ดินพิพาทมาโดยเข้าประมูลซื้อจากการขายทอดตลาดที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยนาท ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 824/2539 ของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2541 ในราคา 650,000 บาท และจำเลยชำระราคาครบถ้วนแล้ว ต่อมามีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เป็นของจำเลย ดังนั้น ที่ดินดังกล่าวไม่ใช่เป็นของสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด ถึงแม้จำเลยจะมีฐานะเป็นประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด แต่จำเลยไม่ได้เข้าสู้ราคาในฐานะตัวแทนของสหกรณ์ฯ ทั้งตามข้อบังคับของสหกรณ์ฯ ไม่มีข้อห้ามที่จะไม่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการเข้าประมูลซื้อที่ดิน โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายหรือถูกโต้แย้งสิทธิ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์ จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฟ้องว่าเดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 2005 ตำบลวัดโคก อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เนื้อที่ดิน 29 ไร่ 2 งาน 13 ตารางวา เป็นของโจทก์ โจทก์ได้นำที่ดินดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันหนี้นายสมบัติ ดนตรีไทย สามีโจทก์ต่อสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด ต่อมาสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด ได้ยื่นฟ้องนายสมบัติ ดนตรีไทย เป็นจำเลยที่ 1 และฟ้องโจทก์เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลชั้นต้นในคดีแพ่งเรื่อง กู้ยืม บังคับจำนอง ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ มิฉะนั้นให้บังคับที่ดินจำนองและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 2005 ตำบลวัดโคก อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท จำเลยซึ่งเป็นประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด ได้ซื้อที่ดินในฐานะส่วนตัวแล้วใส่ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยปราศจากอำนาจที่สหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด ให้จำเลยเข้าประมูลสู้ราคาหรือซื้อทรัพย์สินที่ดินในการขายทอดตลาดและทำนิติกรรมรับโอนที่ดินแทนสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด แต่จำเลยกลับกระทำขัดต่อหนังสือมอบอำนาจที่ทางสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด ให้อำนาจไว้ การกระทำของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและผิดต่อข้อบังคับของสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด ส่อไปในทางทุจริตและต่อมาจำเลยและบริวารได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินแปลงดังกล่าวอีกด้วย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินเลขที่ 2005 ตำบลวัดโคก อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เป็นของสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด และห้ามจำเลยเข้ายุ่งเกี่ยวในที่ดินดังกล่าวต่อไปเห็นได้ว่าหากจำเลยได้ทำการละเมิดดังที่โจทก์ฟ้องจริง ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือถูกโต้แย้งสิทธิคือสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด มิใช่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องชอบแล้ว และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยประการอื่นต่อไป" พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,000 บาท แทนจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5147/2549 นางชลอหรือชะลอ ดนตรีไทย โจทก์ นายประทิน เอี่ยมสงคราม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชลอหรือชะลอ ดนตรีไทย · จำเลย - นายประทิน เอี่ยมสงคราม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระวรรณ ศิริบุตร · เกษม เวชศิลป์ · ไพโรจน์ วายุภาพ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา