⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6894/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6894/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำร้องทุกข์ตามกฎหมายไม่จำเป็นต้องระบุชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระทำความผิด 2. การค้นในที่สาธารณสถานโดยเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด ไม่จำเป็นต้องมีหมายค้น

ย่อคำพิพากษา

หนังสือร้องทุกข์ของโจทก์ร่วมซึ่งมีข้อความว่า มีการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมที่บริเวณศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ขอแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ถือได้ว่าเป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (7) แล้วไม่จำเป็นต้องระบุชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระทำความผิด ร้านที่เกิดเหตุเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเล่นเกมต่างๆ และแผ่นเกม ย่อมเป็นสถานที่ที่เชื้อเชิญให้ประชาชนทั่วไปสามารถเดินเข้าไปดูและเลือกซื้อสินค้าได้ นับเป็นที่สาธารณสถานซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ เมื่อสิบตำรวจ ส. เป็นผู้ทำการตรวจค้น แผ่นซีดีเกมอยู่ในตะกร้าซึ่งอยู่ในตู้สามารถมองเห็นได้ โดยแผ่นซีดีเกมของกลางดังกล่าวละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม มีลักษณะภายนอกของแผ่นซีดีของกลางต่างจากของโจทก์ร่วมอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นกรณีของการค้นในที่สาธารณสถานโดยเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่าร้านที่เกิดเหตุมีสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด ไม่จำเป็นต้องมีหมายค้น ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 93 ทั้งเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับจำเลยได้ตามมาตรา 78 (1) ประกอบมาตรา 80 วรรคหนึ่ง การค้นและจับจึงชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.93 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.70

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 28, 30, 31, 61, 69, 70, 75 และ 76 ให้แผ่นซีดีรอมเกมของกลางจำนวน 179 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยให้การปฎิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทโซนี่ คอมพิวเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ อิงค์ จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) และ 70 วรรคสอง ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 290,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติมีกำหนด 4 เดือน ต่อครั้ง เป็นเวลา 1 ปี และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรเป็นเวลา 10 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ให้แผ่นซีดีรอมเกมของกลางตามวัตถุพยานหมาย จ.10 ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และให้จำเลยจ่ายเงินค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ร่วมเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์พิพาท ชื่องาน "เพลย์สเตชั่น โปรแกรมเมอร์ทูล" (รหัสห้องสมุดเพลต์สเตชั่น) นายชาญสิญจ์ ตั้งบูรณากิจ ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ร่วมและมีการมอบอำนาจช่วงให้ นายพิเนต ฟ้าวิทยะ ดำเนินคดีรวมถึงการร้องทุกข์คดีนี้ด้วย นายพิเนตสืบทราบว่ามีผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมที่ "ร้านนิวเกมส์" ในศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร และนายพิเนตเคยไปที่ร้านที่เกิดเหตุ ต่อมานายพิเนตได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าพนักงานตำรวจ ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง นายพิเนตได้นำเจ้าพนักงานตำรวจไปยังร้านที่เกิดเหตุ มีการตรวจพบสินค้าซีดีเกมจำนวนหนึ่ง เจ้าพนักงานตำรวจและนายพิเนตได้แสดงตัวและค้นร้านที่เกิดเหตุ จำเลยอยู่ในร้านที่เกิดเหตุ จากการค้นได้ยึดแผ่นซีดีเกม จำนวน 179 แผ่น เป็นของกลาง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า การจับกุมและสอบสวนคดีนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ในทำนองว่า หนังสือร้องทุกข์ เอกสารหมาย จ.1 ไม่ใช่คำร้องทุกข์เพราะไม่มีการระบุชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระทำความผิด พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมไปน่าเชื่อถือ และรับฟังไม่ได้ว่ามีการร้องทุกข์จริง ทั้งการตรวจค้นและจับจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายเห็นว่า คำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7) นั้น หมายความถึงการที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวกระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ ดังนั้น หนังสือร้องทุกข์ เอกสารหมาย จ.1 ซึ่งมีข้อความว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมที่บริเวณศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ขอแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป จึงถือได้ว่าเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมายแล้ว ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระทำความผิดดังที่จำเลยอุทธรณ์แต่อย่างใดไม่ ส่วนปัญหาที่ว่า มีการแจ้งความร้องทุกข์จริงหรือไม่นั้น โจทก์และโจทก์ร่วมมีนายพิเนตผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์ร่วม และพันตำรวจตรีสมเดช เทศลงทอง พนักงานสอบสวน เบิกความประกอบหนังสือร้องทุกข์ เอกสารหมาย จ.1 ยืนยันว่า มีการร้องทุกข์ตามกฎหมาย พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมดังกล่าวไม่ปรากฎพิรุธให้สงสัย จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ ส่วนจำเลยไม่ได้นำสืบในประเด็นนี้ จึงไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมดังกล่าวได้ สำหรับอุทธรณ์ของจำเลยในข้อสงสัยทำนองว่า เมื่อสายลับซื้อสินค้าจากร้านที่เกิดเหตุได้แล้ว นายพิเนตย่อมทราบถึงผู้กระทำความผิดแล้ว แต่ไม่ระบุในหนังสือร้องทุกข์ เอกสารหมาย จ.1 ก็ดี การไม่นำสายลับมาเบิกความ จึงเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ของนายพิเนตก็ดี รวมทั้งข้อแตกต่างในคำเบิกความระหว่างสิบตำรวจตรีสุรเชษฐ์ วิสูตรศักดิ์ กับพันตำรวจตรีสมเดชนั้น ล้วนเป็นข้อเท็จจริงปลีกย่อย ไม่มีน้ำหนักถึงขนาดที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมได้ อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น สำหรับเรื่องการค้นและจับในคดีนี้ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 บัญญัติห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้น ในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด คดีนี้ร้านที่เกิดเหตุเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเล่นเกมต่างๆ และแผ่นเกม ย่อมเป็นสถานที่ที่เชื้อเชิญให้ประชาชนทั่วไปสามารถเดินเข้าไปดูและเลือกซื้อสินค้าได้ นับเป็นที่สาธารณสถานซึ่งนายพิเนตและเจ้าพนักงานตำรวจมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ เมื่อสิบตำรวจสุรเชษฐ์เป็นผู้ทำการตรวจค้น และสิบตำรวจตรีสุรเชษฐ์กับนายพิเนตต่างเบิกความยืนยันว่า แผ่นซีดีเกมของกลางอยู่ในตะกร้าซึ่งอยู่ในตู้สามารถมองเห็นได้ โดยนายพิเนตยืนยันด้วยว่า แผ่นซีดีเกมของกลางดังกล่าวละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม เพราะลักษณะภายนอกของแผ่นซีดีของกลางต่างจากของโจทก์ร่วมอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นกรณีของการค้นในที่สาธารณสถานโดยเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่าร้านที่เกิดเหตุมีสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด การค้นดังกล่าวจึงเป็นไปตามกฎหมายแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีหมายค้นตามที่จำเลยอุทธรณ์แต่อย่างใด ทั้งเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 (1) ประกอบมาตรา 80 วรรคหนึ่ง การค้นและจับจึงชอบด้วยกฎหมาย แม้จะไม่มีการตรวจสอบแผ่นซีดีเกมของกลางในร้านที่เกิดเหตุดังที่จำเลยอุทธรณ์ก็ตาม อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1), 70 วรรคสอง ให้ลงโทษจำคุก 5 เดือน และปรับ 70,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่คุมความประพฤติจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้แผ่นซีดีรอมเกมของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6894/2549 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทโซนี่ คอมพิวเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อิงค์ จำกัด โจทก์ร่วม นายกิติพงศ์ พิมมล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - บริษัทโซนี่ คอมพิวเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อิงค์ จำกัด · จำเลย - นายกิติพงศ์ พิมมล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชิต คำแฝง · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 644/2464ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 4018/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา