⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2017/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2017/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ใบรับรองการตรวจสภาพรถยนต์ที่ออกโดยบริษัทเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ ไม่ถือเป็นเอกสารราชการ การปลอมใบรับรองดังกล่าวและนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ถือเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบมาตรา 264

ย่อคำพิพากษา

ใบรับรองการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์เป็นเอกสารที่กรมการขนส่งทางบกมอบให้บริษัทซึ่งได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสถานตรวจสภาพรถเพื่อตรวจสภาพรถยนต์และออกใบรับรองเพื่อเป็นหลักฐานว่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้ผ่านการตรวจสภาพแล้ว พนักงานของบริษัทซึ่งมีหน้าที่ออกใบรับรองมิใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ใบรับรองที่ออกโดยพนักงานของบริษัทจึงถือไม่ได้ว่าเป็นเอกสารราชการตาม ป.อ. มาตรา 1 (8) การที่จำเลยทำใบรับรองการตรวจสภาพรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ปลอมไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งเพื่อใช้ประกอบการเสียภาษีประจำปี จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 มิใช่มาตรา 265 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 264, 265, 268 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 3 กระทงจำคุก 6 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดจึงให้ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยนำใบรับรองการตรวจสภาพตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์พร้อมใบคู่มือการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ไปยื่นต่อนางสาวธนาเพ็ญเพื่อชำระภาษีประจำปีรถจักรยานยนต์ โดยจำเลยรู้หรือไม่ว่าเป็นเอกสารปลอม เห็นว่า จากคำเบิกความของนางนุจรินทร์ซึ่งเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ การยื่นคำขอต่อทะเบียนและชำระภาษีประจำปีรถจักรยานยนต์ จะต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ของสถานตรวจสภาพรถเอกชนแนบไปพร้อมใบคู่มือการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์แต่นางนุจรินทร์คงมอบแต่เพียงใบคู่มือการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พร้อมกับเงิน 500 บาท ให้แก่จำเลยเท่านั้น ซึ่งเป็นการตกลงกันโดยปริยายว่าจำเลยจะต้องเป็นผู้จัดหาใบรับรองการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ทั้งนี้เพราะขณะที่นางนุจรินทร์นำรถจักรยานยนต์ไปต่อทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกนั้น รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมีการขูดหมายเลขตัวถังรถไปด้วย ระหว่างนั้นนางนุจรินทร์และจำเลยได้ใช้เวลาพูดคุยกันนานพอที่นางนุจรินทร์จะจดจำใบหน้าและชื่อของหญิงคนดังกล่าวได้ เพราะมิฉะนั้นแล้วคงไม่อาจใช้ให้ลูกจ้างของนางนุจรินทร์ไปรับใบคู่มือการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์คืนได้ถูกต้อง แม้นางนุจรินทร์จะเบิกความว่าจำหน้านางสาวสัจพรไม่ได้เนื่องจากเป็นเวลานานแล้วก็ตาม แต่นางนุจรินทร์ยังคงยืนยันว่าได้พบกันนางสาวสัจพร ซึ่งจำเลยเบิกความรับว่าขณะที่จำเลยยื่นเรื่องขอต่อทะเบียนและชำระภาษีรถจักรยานยนต์รวม 3 คัน ต่อเจ้าหน้าที่ขนส่งฝ่ายรถจักรยานยนต์สำนักทะเบียนและภาษีรถ กรมการขนส่งทางบกนั้น มีเอกสารเกี่ยวกับรถของนางนุจรินทร์รวมอยู่ด้วย และปรากฏว่าเอกสารใบรับรองการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ที่ใช้ประกอบการขอต่อทะเบียนรถดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม โดยมีกระดาษกาวขูดเลขตัวถังรถติดอยู่ด้วย จำเลยมีชื่อเดียวกับหญิงคนที่นางนุจรินทร์มอบหนังสือใบคู่มือการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พร้อมเงิน 500 บาท ให้ และมีอาชีพรับจ้างยื่นคำขอต่อทะเบียนและชำระภาษีรถแทนเจ้าของรถ ถูกจับได้ในขณะนำเอกสารใบรับรองการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ปลอมที่ใช้ประกอบการขอต่อทะเบียนและชำระภาษีรถของนางนุจรินทร์และของรายอื่นไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกซึ่งเป็นเวลาต่อเนื่องใกล้ชิดกับวันเวลาที่หญิงชื่อนางสาวสัจพรรับจ้างนางนุจรินทร์ดำเนินการ จึงเชื่อได้ว่านางสาวสัจพรที่นางนุจรินทร์พบเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีนี้ แม้นายนิเวศน์ผู้นำรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กกก กท 122 ไปขอต่อทะเบียนและชำระภาษีจะไม่ได้เบิกความถึงจำเลย และโจทก์มิได้นำพยานผู้เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร 2 ช - 1251 มาเบิกความก็ตาม แต่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมใบรับรองการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ปลอมของรถทั้ง 2 คัน ดังกล่าวเป็นของกลาง ตามพฤติการณ์ของจำเลยแสดงให้เห็นว่าจำเลยนำใบคู่มือการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ 3 เล่ม พร้อมใบรับรองการตรวจสภาพตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์อันเป็นเอกสารราชการปลอม 3 ฉบับ ไปยื่นต่อนางสาวธนาเพ็ญเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกในคราวเดียวกันเพื่อชำระภาษีประจำปีรถจักรยานยนต์แทนเจ้าของรถ 3 คัน โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเอกสารราชการปลอม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่กรมการขนส่งทางบก จึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม ที่จำเลยและนางสาวนรินทรอ้างว่า นางแขกเป็นผู้นำใบคู่มือการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์และใบรับการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไปมอบให้ โดยไม่ปรากฏหลักฐานจากการนำสืบของจำเลยว่านางแขกจะมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่และมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด จึงเป็นเรื่องผิดปกติและเป็นพิรุธ นอกจากนี้ พยานจำเลยยังเบิกความแตกต่างขัดแย้งกัน จึงไม่มีน้ำหนัก อนึ่ง ใบรับรองการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์เป็นเอกสารที่กรมการขนส่งทางบกมอบให้บริษัทซึ่งได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสถานตรวจสภาพรถเพื่อตรวจสภาพรถยนต์และออกใบรับรองเพื่อเป็นหลักฐานว่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้ผ่านการตรวจสภาพแล้ว พนักงานของบริษัทซึ่งมีหน้าที่ออกใบรับรองมิใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ใบรับรองที่ออกโดยพนักงานของบริษัทจึงถือไม่ได้ว่าเป็นเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (8) การที่จำเลยนำใบรับรองการตรวจสภาพรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ปลอมไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งเพื่อใช้ประกอบการเสียภาษีประจำปีจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 มิใช่มาตรา 265 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง จำคุก 3 ปี ริบของกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2017/2550 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวสัจพร สลาประโคน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางสาวสัจพร สลาประโคน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · บุญส่ง น้อยโสภณ · สิทธิชัย พรหมศร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายอำนวย ธันธรา · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา