คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2980/2550
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ศาลแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวของนิติบุคคลจะกระทำได้ต่อเมื่อผู้แทนนิติบุคคลว่างลงหรือไม่อาจทำหน้าที่ได้ และการปล่อยให้ตำแหน่งว่างจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่กิจการของนิติบุคคลนั้น.
ย่อคำพิพากษา
การขอให้ศาลแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวของนิติบุคคลนั้นจะต้องเป็นกรณีที่ผู้แทนนิติบุคคลว่างลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 73 หรือผู้แทนนิติบุคคลไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามมาตรา 75 และหากปล่อยให้ตำแหน่งว่างไว้น่าจะทำให้เกิดความเสียหายในการดำเนินกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย กรณีตามคำร้องเป็นการขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะการหรือผู้แทนชั่วคราวของนิติบุคคลเพื่อดำเนินคดีอาญาแก่กรรมการบริษัทเอง ซึ่งหากผู้ร้องในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดทางอาญาของบริษัทก็สามารถดำเนินคดีอาญาแก่บุคคลที่ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายได้อยู่แล้วตามมาตรา 1169 กรณีตามคำร้องมิใช่กรณีที่ผู้แทนนิติบุคคลว่างลง หรือผู้แทนนิติบุคคลไม่อาจทำหน้าที่ได้อันน่าจะทำให้เกิดความเสียหายในการดำเนินกิจการของบริษัท ทั้งไม่ใช่เป็นกรณีที่ประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนนิติบุคคลในการอันใดที่จะทำให้ผู้แทนของนิติบุคคลนั้นจะเป็นผู้แทนในการอันนั้นไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 74 ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอตั้งผู้แทนเฉพาะการหรือผู้แทนชั่วคราวนิติบุคคลได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอศาลไต่สวนและมีคำสั่งแต่งตั้งให้นางสิตางศุ์ เป็นผู้แทนเฉพาะการหรือผู้แทนชั่วคราวของบริษัทปัญจคุณ จำกัด เพื่อดำเนินคดีกับนายสุวิทย์กับพวก
ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วเห็นว่า ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องให้ตั้งผู้แทนเฉพาะการได้ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า การขอให้ศาลแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวของนิติบุคคลนั้นจะต้องเป็นกรณีที่ผู้แทนนิติบุคคลว่างลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 73 หรือผู้แทนนิติบุคคลไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามมาตรา 75 และหากปล่อยให้ตำแหน่งว่างไว้น่าจะทำให้เกิดความเสียหายในการดำเนินกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย กรณีตามคำร้องของผู้ร้องเป็นการขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะการเพื่อดำเนินคดีอาญาแก่กรรมการของบริษัทเอง ซึ่งหากผู้ร้องในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดทางอาญาของบริษัทก็สามารถดำเนินคดีอาญาแก่บุคคลที่ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายได้อยู่แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 ตามคำร้องจึงมิใช่กรณีที่กรรมการบริษัทว่างลงหรือไม่อาจทำหน้าที่ได้อันจะทำให้เกิดความเสียหายแก่การดำเนินกิจการของบริษัท ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้แทนเฉพาะการได้ และตามคำร้องมิใช่เป็นกรณีประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนนิติบุคคลในการอันใดที่จะทำให้ผู้แทนของนิติบุคคลนั้นจะเป็นผู้แทนในการอันนั้นไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 74 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2980/2550
นางสุวิมล ลีลาชัย ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางสุวิมล ลีลาชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ทาวุฒิ · สมศักดิ์ เนตรมัย · ชวลิต ตุลยสิงห์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายอนันต์ ปักษี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา