⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3075/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3075/2550

ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทายาทมีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย และมีสิทธิฟ้องคดีเกี่ยวกับทรัพย์มรดกได้โดยไม่จำต้องร้องขอจัดการทรัพย์มรดกก่อน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นบุตรของ ส. ผู้ให้กู้ เมื่อ ส. ถึงแก่ความตาย สิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ของ ส. ย่อมตกอยู่แก่ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1600 โจทก์เป็นทายาทผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของ ส. ย่อมมีสิทธิฟ้องคดีได้โดยไม่จำต้องร้องขอจัดการทรัพย์มรดกก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญากู้พร้อมดอกเบี้ยและขอให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้จำนวน 550,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 400,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินจากนางสถิตย์ มะลิทอง ไปเพียง 200,000 บาท แต่มีการกรอกข้อความว่ากู้ไป 400,000 บาท และจำเลยที่ 1 ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยบางส่วนนับถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2542 เป็นเงิน 192,000 บาท แต่นางสถิตย์ไม่นำไปหักลดยอดหนี้ให้และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากนางสถิตย์ถึงแก่ความตายไปก่อนโจทก์มาฟ้องคดีนี้ แต่ยังไม่มีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกและโจทก์นำคดีมาฟ้องโดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาท จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏว่าศาลชั้นต้นยังมิได้สั่งอนุญาตในคำร้องที่โจทก์ขออุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้านภายในกำหนดเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์และศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา พอแปลได้ว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่งแล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนโดยไม่ปรากฏว่าการวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นบุตรของนางสถิตย์ มะลิทอง ผู้ให้กู้ เมื่อนางสถิตย์ถึงแก่ความตาย สิทธิ หน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ของนางสถิตย์ ย่อมตกอยู่แก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรค 1 และมาตรา 1600 โจทก์เป็นทายาทผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของนางสถิตย์ ย่อมมีสิทธิฟ้องคดีนี้ได้โดยไม่จำต้องร้องขอจัดการทรัพย์มรดกเสียก่อน ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เมื่อนางสถิตย์ถึงแก่ความตาย มรดกตกทอดแก่ทายาท กรณีจำต้องมีผู้จัดการมรดกเพื่อจัดการรวบรวมและแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องคดีนี้ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสถิตย์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น เมื่อปัญหาว่าจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ จำต้องวินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวและพิพากษาใหม่ตามรูปความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240 (3) ประกอบด้วยมาตรา 247" พิพากษายกคำพิพากษาชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3075/2550 ดาบตำรวจสมชาย มะลิทอง โจทก์ นางฉวีวรรณ รอดเที่ยงหรือคนกล้า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ดาบตำรวจสมชาย มะลิทอง · จำเลย - นางฉวีวรรณ รอดเที่ยงหรือคนกล้า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา