⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4311/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4311/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์และฎีกาที่โต้แย้งดุลพินิจของศาลในการงดการบังคับคดีตามพฤติการณ์แห่งคดี ถือเป็นอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีฟ้องขับไล่จำเลยในฐานะผู้เช่าออกจากที่ดินอันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องเพียงปีละ 100 บาท ไม่มีการต่อสู้กรรมสิทธิ์ อุทธรณ์และฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลชั้นต้นถึงพฤติการณ์แห่งคดีว่ามีเหตุให้งดการบังคับคดีไว้ได้หรือไม่เพียงใด จึงเป็นอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและให้รื้อถอนบ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 6 ตำบลลุมพี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 6167 ตำบลลุมพี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นของโจทก์ทั้งห้า คดีถึงที่สุด จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งห้ายื่นคำร้องขอบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีโดยให้รอผลคดีหมายเลขดำที่ 133/2546 ของศาลปกครองกลาง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ทั้งห้าไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินซึ่งโจทก์ได้ให้จำเลยเช่าโดยตกลงเช่ากันปีละ 100 บาท และโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยให้การต่อสู้ว่ามิได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของวัดนก (ร้าง) ซึ่งเป็นศาสนสมบัติของกรมการศาสนา มิใช่ของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์จริงและได้ลงลายมือชื่อให้ไว้ในสัญญาเช่า จึงพิพากษาขับไล่จำเลย คำพิพากษาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ดังนั้นคดีนี้จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยในฐานะผู้เช่าออกจากที่ดินของโจทก์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องเพียงปีละ 100 บาท ไม่มีการต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์ อุทธรณ์และฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลชั้นต้นถึงพฤติการณ์แห่งคดีว่า มีเหตุให้งดการบังคับคดีไว้ได้หรือไม่ เพียงใด จึงเป็นอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งในชั้นอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา แม้ศาลชั้นต้นจะได้สั่งรับฎีกาของจำเลยก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกอุทธรณ์และฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา นอกจากนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4311/2550 นายกาเด็ด ขันธวิธิ กับพวก โจทก์ นางสาวบุญเดิมหรือเติม สลามซอ โดยนางประคอง ศรีเกิดสุข ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกาเด็ด ขันธวิธิ กับพวก · จำเลย - นางสาวบุญเดิมหรือเติม สลามซอโดยนางประคอง ศรีเกิดสุข ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ จันทรา · ชาลี ทัพภวิมล · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นางสาวณัชชา น้อยเชื้อเวียง · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมชาย สินเกษม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9151/2539ฎีกา 7159/2544ฎีกา 5846/2531ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 53/2537ฎีกา 1216/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 1066-1067/2509ฎีกา 891/2538ฎีกา 3552/2539ฎีกา 1304/2553ฎีกา 5246/2548ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1168/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา