⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7313/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7313/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้บริหารมีพฤติการณ์เป็นปรปักษ์ต่อทางการค้าและแข่งขันกับนายจ้าง ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันเป็นกรณีร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

ย่อคำพิพากษา

ท. มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการเขตภาคเหนือของบริษัท ฮ. มีหน้าที่บริหารงานของบริษัท ฮ. ให้สามารถผลิตสินค้าให้แก่ลูกค้าโดยมีประสิทธิภาพ รับผิดชอบโรงงานของบริษัท ฮ. ถึง 4 แห่ง แต่กลับให้ บริษัท ช. ซึ่งประกอบกิจการอย่างเดียวกันกับบริษัท ฮ. จัดตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ในบริเวณโรงงานของบริษัท ฮ. โดย อ. ภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสของ ท. ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท ช. พฤติการณ์ของ ท. จึงเป็นปรปักษ์ต่อทางการค้าและเป็นการดำเนินธุรกิจแข่งขันกับบริษัท ฮ. ซึ่งเป็นนายจ้าง จึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมอันเป็นกรณีที่ร้ายแรง บริษัท ฮ. จึงเลิกจ้าง ท. ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 119 (4) ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 และมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 49

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.119 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 655,220 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 65,522 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำนวน 3,931,320 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน 65,522 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จ่ายค่าชดเชยจำนวน 655,220 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำนวน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะใช้ให้โจทก์เสร็จ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการเดียวว่า โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย บทที่ 7 ข้อ 39 ระบุว่า "พนักงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจส่วนตัวที่มีลักษณะงานประเภทเดียวกันหรือเหมือนกันกับนายจ้างถือว่าเป็นความผิดขั้นร้ายแรง" ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวห้ามมิให้พนักงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจส่วนตัวประเภทเดียวกันหรือเหมือนกันกับนายจ้างเพื่อมิให้พนักงานซึ่งรับทราบข้อมูลภายในธุรกิจของนายจ้างแล้วไปดำเนินธุรกิจซึ่งอาจเป็นการแข่งขันกับนายจ้างอันมีผลให้ประโยชน์ส่วนตนของพนักงานกับประโยชน์ของนายจ้างมีความขัดแย้งกัน และอาจเสียหายแก่นายจ้างได้ ตามข้อเท็จจริงที่ยุติในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ปรากฏว่าจำเลยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2535 มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จโดยโจทก์เข้าทำงานเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2537 จนกระทั่งได้เป็นผู้จัดการเขตภาคเหนือประจำจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 ได้มีการจัดตั้งบริษัทเชียงใหม่คอนกรีตโปรดักส์ (2003) จำกัด มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จเช่นเดียวกับจำเลย มีที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่อยู่ในบริเวณเดียวกันกับโรงงานของจำเลย (โรงงานแม่โจ้ เชียงใหม่ 3) โดยมีนางสาวอำพรรณ์ ภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสของโจทก์เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่จำนวน 9,999 หุ้น นอกจากนั้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2546 ได้มีการจัดตั้งบริษัทเชียงใหม่เพอร์เฟกท์โฮม จำกัด ประกอบกิจการจัดสรรที่ดินและค้าอสังหาริมทรัพย์ โดยโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวด้วย ดังนั้นการที่โจทก์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการเขตภาคเหนือของจำเลย มีหน้าที่ในการบริหารงานของจำเลยให้สามารถผลิตสินค้าให้แก่ลูกค้าโดยมีประสิทธิภาพ และรับผิดชอบโรงงานของจำเลยถึง 4 แห่ง คือโรงงานที่จังหวัดเชียงใหม่ 3 แห่ง และโรงงานที่จังหวัดพิษณุโลก 1 แห่ง ไม่ดูแลรักษาประโยชน์ของจำเลย ทราบว่าบริษัทเชียงใหม่คอนกรีตโปรดักส์ (2003) จำกัด ซึ่งประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จเช่นเดียวกับจำเลย จัดตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ในบริเวณเดียวกับโรงงานของจำเลย และให้นางสาวอำพรรณ์ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว พฤติการณ์ของโจทก์จึงเป็นปรปักษ์ต่อทางการค้าของจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง เป็นการดำเนินธุรกิจแข่งขันกับจำเลย แม้โจทก์จะไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทเชียงใหม่คอนกรีตโปรดักส์ (2003) จำกัด ด้วยตนเอง แต่เป็นการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจส่วนตัวที่มีลักษณะงานประเภทเดียวกันหรือเหมือนกันกับนายจ้างอันเป็นความผิดร้ายแรงตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานบทที่ 7 ข้อ 39 ซึ่งจำเลยสามารถเลิกจ้างได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานบทที่ 9 ข้อ 4 เมื่อการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมอันเป็นกรณีที่ร้ายแรง จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) และเป็นการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงซึ่งจำเลยจะไล่ออกโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ ทั้งการเลิกจ้างเพราะเหตุที่โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงย่อมมิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จึงไม่ถูกต้อง อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7313/2550 นายทวีป ชาภู่พวง โจทก์ บริษัทแฮนสัน คอนกรีต (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทวีป ชาภู่พวง · จำเลย - บริษัทแฮนสัน คอนกรีต (ประเทศไทย) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล พิชยวัฒน์ · พิชิต คำแฝง · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอนุสรณ์ ศรีเมนต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 995/2529ฎีกา 12194-12198/2553ฎีกา 7238-7239/2544ฎีกา 2652/2523ฎีกา 2893/2540ฎีกา 3116/2529ฎีกา 4091/2549ฎีกา 8785/2550ฎีกา 2894/2532ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 2418/2544ฎีกา 8628/2550ฎีกา 14485/2558ฎีกา 3591/2529ฎีกา 144/2535ฎีกา 5396/2540ฎีกา 1221/2549ฎีกา 1027/2527ฎีกา 7044/2537ฎีกา 859/2527ฎีกา 6252/2540ฎีกา 8631/2550ฎีกา 3539/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา