⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8328/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8328/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ความรับผิดของผู้ค้ำประกันสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงิน ไม่ต้องปฏิบัติตามวิธีการที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ทรงต้องนำตั๋วสัญญาใช้เงินไปยื่นเพื่อให้ใช้เงินในวันถึงกำหนด 2. การที่เจ้าหนี้ไม่นำหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายของผู้ลูกหนี้ ไม่ทำให้หนี้ดังกล่าวระงับและผู้ค้ำประกันไม่หลุดพ้นจากความรับผิด

ย่อคำพิพากษา

สัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นสัญญาอีกอย่างหนึ่งต่างหากจากตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกให้ไว้แก่โจทก์ ความรับผิดของจำเลยทั้งสามในฐานะผู้ค้ำประกันสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว จึงไม่อยู่ในบังคับที่ต้องปฏิบัติตามวิธีการที่ ป.พ.พ. มาตรา 985 ประกอบมาตรา 941 บังคับให้ผู้ทรงต้องนำตั๋วสัญญาใช้เงินไปยื่นเพื่อให้ใช้เงินในวันถึงกำหนด ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของผู้ทำสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงิน ไม่มีผลกระทบต่อความรับผิดของจำเลยทั้งสาม ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 90/60 วรรคสอง การที่โจทก์ไม่นำหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย ไม่ทำให้หนี้ดังกล่าวระงับ จึงไม่ทำให้จำเลยทั้งสามหลุดพ้นจากความรับผิดของสัญญาค้ำประกัน กรณีไม่อาจปรับบทตาม ป.พ.พ. มาตรา 697

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.697 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.941 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.985

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทปัจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ทำสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการส่งสินค้าออกกับโจทก์ โดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่ พีเค-พีพีไอ 98001 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2541 จำนวนเงิน 30,880,000 บาท กำหนดใช้เงินภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2541 มีจำเลยทั้งสามเป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการส่งสินค้าออกถึงกำหนดบริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ไม่ชำระหนี้ โจทก์ทวงถามให้บริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ชำระหนี้แล้ว แต่บริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ไม่ยอมชำระ โจทก์จึงได้มีหนังสือทวงถามถึงจำเลยทั้งสามในฐานะผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ครบกำหนดแล้วจำเลยทั้งสามไม่ยอมชำระขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 38,700,042.70 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 30,880,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะไม่ได้บรรยายโดยแจ้งชัดว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามรับผิดในหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินหรือให้รับผิดในหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน และมิได้บรรยายว่า โจทก์มีฐานะอะไร จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสามได้เกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินตามฟ้องถึงกำหนด โจทก์ไม่ได้นำตั๋วไปยื่นต่อบริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด เป็นการไม่ปฏิบัติตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 985 ประกอบกับมาตรา 941 บัญญัติไว้บริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ยังไม่ได้ผิดนัดผิดสัญญาต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามให้รับผิดในหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน จำเลยทั้งสามหลุดพ้นจากความรับผิดตามหนังสือค้ำประกันแล้ว เพราะโจทก์ไม่นำหนี้ในคดีนี้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ. 8/2542 ของศาลล้มละลายกลาง ระหว่าง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 1 บริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ที่ 2 ผู้ร้อง บริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ลูกหนี้ โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากบริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/61 เป็นเหตุให้จำเลยทั้งสามไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิแทนโจทก์ทั้งหมดได้ จำเลยทั้งสามจึงหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้ที่โจทก์ฟ้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 697 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินให้โจทก์จำนวน 38,700,042.70 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 30,880,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 22 มีนาคม 2543) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ในเบื้องต้นว่า บริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ทำสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการส่งสินค้าออกไว้ต่อโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.6 และออกตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่ พีเค-พีพีไอ 98001 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2541 สัญญาจะใช้เงินจำนวน 30,880,000 บาท แก่โจทก์ในวันที่ 21 สิงหาคม 2541 ตามตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.7 โดยมีจำเลยทั้งสามเป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามหนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.8 ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2542 ตามสำเนาคำสั่งคดีหมายเลขแดงที่ ฟ. 8/2542 เอกสารหมาย ล.1 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับแผนฟื้นฟูกิจการบริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ตามสำเนาคำสั่งเอกสารหมาย ล.2 และโจทก์ไม่ได้นำหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารหมาย จ.6 ในคดีนี้ไปขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามมีว่า โจทก์มิได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินพิพาทไปยื่นต่อบริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ผู้ออกตั๋วเมื่อตั๋วนั้นถึงกำหนด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ตามหนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.8 มีข้อความว่า จำเลยทั้งสามผู้ค้ำประกันขอทำหลักฐานเป็นหนังสือฉบับนี้ให้ไว้แก่โจทก์ว่าจำเลยทั้งสามยอมผูกพันตนเข้าค้ำประกันบริษัทปัญพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ผู้ทำสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการส่งสินค้าออกตามสัญญาลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2541 เห็นได้ว่า สัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการส่งสินค้าออกตามเอกสารหมาย จ.6 ที่จำเลยทั้งสามเป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามหนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.8 เป็นสัญญาอีกอย่างหนึ่งต่างหากจากตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.7 ที่บริษัทปัญพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ออกให้ไว้แก่โจทก์ ความรับผิดของจำเลยทั้งสามในฐานะผู้ค้ำประกันสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการส่งสินค้าออกดังกล่าว จึงไม่อยู่ในบังคับที่ต้องปฏิบัติตามวิธีการที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 985 ประกอบมาตรา 941 บังคับให้ผู้ทรงต้องนำตั๋วสัญญาใช้เงินไปยื่นเพื่อให้ใช้เงินในวันถึงกำหนด เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามสัญญาแต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามให้ชำระเงินตามฟ้องได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น ปัญหาประการสุดท้ายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามมีว่าการที่โจทก์ไม่นำหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยทั้งสามจะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันในคดีนี้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ. 8/2542 ของศาลล้มละลายกลาง มีผลให้จำเลยทั้งสามหลุดพ้นจากความรับผิดไม่ นั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/60 วรรคสอง คำสั่งเห็นชอบ ด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิดของบุคคลซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับลูกหนี้หรือผู้รับผิดร่วมกับลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกัน ดังนั้น การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทปัญจพล เปเปอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ทำสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการส่งสินค้าออกไว้ต่อโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.6 แม้ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัทดังกล่าวตามสำเนาคำสั่งเอกสารหมาย ล.1 ก็ไม่มีผลกระทบต่อความรับผิดของจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันตามหนังสือค้ำประกันหมาย จ.8 การที่โจทก์ไม่นำหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการส่งสินค้าออกตามเอกสารหมาย จ.6 ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ. 8/2542 ของศาลล้มละลายกลาง ไม่ทำให้หนี้ระงับ เมื่อหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการส่งออกยังไม่ระงับ จึงไม่ทำให้จำเลยทั้งสามหลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าว กรณีนี้ไม่อาจปรับบทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 697 ดังที่จำเลยทั้งสามฎีกา ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8328/2550 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายสุธี เตชะวิบูลย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายสุธี เตชะวิบูลย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชาติ เอี่ยมประไพ · เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2467/2526ฎีกา 312/2531ฎีกา 1561/2529ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1783/2551ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 3517/2531ฎีกา 13705/2556ฎีกา 1025/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 1325/2506ฎีกา 279/2513ฎีกา 3711/2533ฎีกา 1376/2512ฎีกา 5255/2539ฎีกา 3782/2556ฎีกา 8534/2542ฎีกา 3052/2528ฎีกา 8258/2538ฎีกา 3234/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ