⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 938/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องแจ้งคำสั่งศาลและวันขายทอดตลาดให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ แต่การปิดประกาศขายทอดตลาดเป็นเพียงขั้นตอนภายในเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก และการประเมินราคาทรัพย์สินเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นซึ่งไม่ผูกมัดคู่กรณี

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลอนุญาตให้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องแจ้งคำสั่งศาลและวันขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าวให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีทราบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 306 ซึ่งจำเลยผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีนี้ได้ทราบคำสั่งศาลและกำหนดวันขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดตามกฎหมายแล้ว ส่วนการปิดประกาศขายทอดตลาดไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ใดเป็นขั้นตอนวิธีปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งเป็นระเบียบภายในของกรมบังคับคดีเพื่อประสงค์จะให้บุคคลภายนอกที่สนใจมาประมูลซื้อทรัพย์ในการขายทอดตลาดทรัพย์เท่านั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องดำเนินการประกาศขายทอดตลาดทางหนังสือพิมพ์ตามที่จำเลยอ้างส่วนการประเมินราคาทรัพย์สินของเจ้าพนักงานบังคับคดีก็เป็นเพียงการประเมินราคาในชั้นต้น เพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีขายทอดตลาดซึ่งอาจจะไม่ตรงกับราคาที่แท้จริงก็ได้ และการกำหนดราคาเริ่มต้นขายตามประกาศกรมบังคับคดีก็ไม่ได้ผูกมัดจำเลยหรือโจทก์หรือผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีว่าเมื่อขายทอดตลาดแล้วจะต้องเป็นไปตามราคาดังกล่าว แต่ขึ้นอยู่กับผู้เข้าสู้ราคาว่าจะให้ราคาสูงสุดเพียงใดซึ่งหากจำเลยเห็นว่าราคาต่ำไป ก็ชอบที่จะคัดค้านการขายทอดตลาดได้ กรณียังถือไม่ได้ว่ามีข้อโต้แย้งสิทธิระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับจำเลย อันจะเป็นเหตุให้จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง เพื่อขอให้ดำเนินการตามคำร้องของจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.306

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงิน 2,119,075.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปีของต้นเงิน 1,915,780.35 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองของจำเลยคือที่ดินโฉนดเลขที่ 26113 ตำบลลำไทร (คลองซอยที่ 26 ฝั่งเหนือ) อำเภอวังน้อย (พระราชวัง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยประกาศขายทอดตลาดรวม 3 ครั้ง คือวันที่ 5 มิถุนายน 2546 วันที่ 3 กรกฎาคม 2546 และวันที่ 31 กรกฎาคม 2546 จำเลยยื่นคำร้องว่า ประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพียงปิดประกาศไว้ที่สำนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี เท่านั้น เป็นการสกัดกั้นจำนวนผู้เข้าร่วมประมูลในกรอบจำกัด และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศแนวทางของราคาประมูลทรัพย์ที่จะขายทอดตลาดไว้เป็นการแจ้งให้ผู้ซื้อทราบถึงราคาซื้อขายในการประมูลล่วงหน้าทำให้เกิดการทุจริตมีการฮั้วการประมูล ขัดต่อกฎหมาย ทั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์สินที่ยึดของจำเลยต่ำกว่าความเป็นจริงทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้มีคำสั่งยกเลิกและระงับการขายทอดตลาดไว้ชั่วคราว ศาลชั้นต้นเห็นว่า กรณีตามคำร้องยังไม่มีเหตุให้ระงับการขายทอดตลาดหรือการบังคับคดี จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงศรีอยุธยา จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2544 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 26113 ตำบลลำไทร (คลองซอยที่ 26 ฝั่งเหนือ) อำเภอวังน้อย (พระราชวัง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยซึ่งเป็นทรัพย์จำนองเพื่อบังคับคดีชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวของจำเลยไปตามคำสั่งศาล โดยกำหนดขายครั้งที่ 1 ในวันที่ 5 มิถุนายน 2546 ครั้งที่ 2 วันที่ 3 กรกฎาคม 2546 และครั้งที่ 3 ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2546 มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การดำเนินการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นการไม่ชอบหรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า การประกาศขายทอดตลาดและการประเมินราคาทรัพย์ที่ยึดรวมทั้งการกำหนดราคาเริ่มต้นขายของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้การขายทอดตลาดได้ราคาต่ำกว่าความเป็นจริงนั้น เห็นว่า การดำเนินการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นไปตามที่กฎหมายระบุไว้ เมื่อศาลอนุญาตให้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นแล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องแจ้งคำสั่งศาลและวันขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าวให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306 ซึ่งจำเลยผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีนี้ได้ทราบคำสั่งศาลและกำหนดวันขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดตามกฎหมายแล้ว ส่วนการปิดประกาศขายทอดตลาดไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ใดเป็นขั้นตอนวิธีปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งเป็นระเบียบภายในของกรมบังคับคดีเพื่อประสงค์จะให้บุคคลภายนอกที่สนใจมาประมูลซื้อทรัพย์ในการขายทอดตลาดทรัพย์เท่านั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องดำเนินการประกาศขายทอดตลาดทางหนังสือพิมพ์ตามที่จำเลยอ้าง ส่วนการประเมินราคาทรัพย์สินของเจ้าพนักงานบังคับคดีก็เป็นเพียงการประเมินราคาในชั้นต้น เพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีขายทอดตลาดซึ่งอาจจะไม่ตรงกับราคาที่แท้จริงก็ได้ และการกำหนดราคาเริ่มต้นขายตามประกาศกรมบังคับคดีก็ไม่ได้ผูกมัดจำเลยหรือโจทก์หรือผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีว่าเมื่อขายทอดตลาดแล้วจะต้องเป็นไปตามราคาดังกล่าว แต่ขึ้นอยู่กับผู้เข้าสู้ราคาว่าจะให้ราคาสูงสุดเพียงใดซึ่งหากจำเลยเห็นว่าราคาต่ำไป ก็ชอบที่จะคัดค้านการขายทอดตลาดได้ กรณียังถือไม่ได้ว่ามีข้อโต้แย้งสิทธิระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับจำเลยอันจะเป็นเหตุให้จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง เพื่อขอให้ดำเนินการตามคำร้องของจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2550 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิ เป็นคู่ความแทน โจทก์ นางสาวสมศรี รุ่งรัศมี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัดผู้เข้าสวมสิทธิ เป็นคู่ความแทน · จำเลย - นางสาวสมศรี รุ่งรัศมี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาลี ทัพภวิมล · จันทรา ชูเกียรติ · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2210/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 2444/2518ฎีกา 3781/2545ฎีกา 780/2535ฎีกา 14209/2555ฎีกา 437/2508ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 241/2499ฎีกา 5768/2534ฎีกา 8337/2540ฎีกา 2644/2530ฎีกา 8058/2553ฎีกา 5015/2541ฎีกา 1690/2538ฎีกา 4511/2529ฎีกา 2709/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ