⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10421/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10421/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เอาประกันภัยที่ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว ย่อมได้รับช่วงสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ต้องรับผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

บริษัท ม. เช่าซื้อรถยนต์จากบริษัท อ. แล้วบริษัท ม. ให้ พ. เช่าซื้อช่วง โดย พ. นำรถไปประกันภัยไว้กับโจทก์ มีบริษัท ม. เป็นผู้รับประโยชน์ แม้สัญญาเช่าซื้อช่วงจะระบุวันเริ่มต้นของสัญญาหลังวันเริ่มต้นของสัญญาประกันภัย การตีความวันทำสัญญาประกันภัยย่อมเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญายิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษรตาม ป.พ.พ. มาตรา 171 ถือว่า พ. ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยขณะทำสัญญาประกันภัยกับโจทก์แล้ว เมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อหายไปในบริเวณลานจอดรถของโรงแรมของจำเลย และโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัท ม. ผู้รับประโยชน์ไปตามสัญญาประกันภัยแล้วย่อมได้รับช่วงสิทธิมาเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่โจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัท ม. จากจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.171 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.861 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.863 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.880

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนรถยนต์หมายเลขทะเบียน บฉ 5529 ประจวบคีรีขันธ์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 253,130 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงิน 250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนรถยนต์หมายเลขทะเบียน บฉ 5529 ประจวบคีรีขันธ์ แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้เงินจำนวน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 7 เมษายน 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (วันที่ 19 มิถุนายน 2543) ไม่เกิน 3,130 บาท เท่าที่โจทก์ขอ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "...รถยนต์หมายเลขทะเบียน บฉ 5529 ประจวบคีรีขันธ์ เป็นของบริษัทมิตซูประจวบ จำกัด ได้ให้นายเพิ่มเกียรติ เช่าซื้อตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อช่วง นายเพิ่มเกียรตินำรถยนต์คันดังกล่าวประกันภัยไว้กับโจทก์วงเงิน 250,000 บาท โดยบริษัทมิตซูประจวบ จำกัด เป็นผู้รับประโยชน์ตามตารางกรมธรรม์และรายการคุ้มครองตามกรมธรรม์ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน 2542 รถยนต์คันดังกล่าวสูญหายไป โจทก์ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทมิตซูประจวบ จำกัด จำนวน 250,000 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า สัญญาเช่าซื้อช่วงระบุวันเริ่มต้นแห่งสัญญาหลังวันเริ่มต้นแห่งวันทำสัญญาประกันภัยขณะทำสัญญาประกันภัยนายเพิ่มเกียรติจึงยังไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัยและเมื่อพยานเอกสารรับฟังได้โดยชัดแจ้งถึงกำหนดระยะเวลาที่ลงไว้ในสัญญาแล้วก็ไม่จำต้องตีความให้เป็นคุณแก่ผู้ใดนั้น เห็นว่า ตารางกรมธรรม์และรายการคุ้มครองตามกรมธรรม์ระบุว่า นายเพิ่มเกียรติเป็นผู้เอาประกันภัยและบริษัทมิตซูประจวบ จำกัด เป็นผู้รับประโยชน์ จึงเป็นกรณีที่โจทก์เชื่อว่านายเพิ่มเกียรติเป็นผู้เช่าซื้อและมีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันภัยขณะทำสัญญาจึงเข้าทำสัญญาด้วยเพราะหากโจทก์ไม่เชื่อเช่นนั้นก็คงไม่เข้าทำสัญญาด้วยเนื่องจากนายเพิ่มเกียรติอาจปฏิเสธไม่ส่งเบี้ยประกันภัยโดยอ้างว่าสัญญาดังกล่าวไม่ผูกพันนายเพิ่มเกียรติในภายหลังได้ เมื่อนายเพิ่มเกียรติผู้เช่าซื้อประสงค์จะผูกพันตามสัญญาประกันภัยโจทก์ก็เจตนาจะเข้ารับเสี่ยงภัยตามสัญญาประกันภัยและบริษัทมิตซูประจวบ จำกัด ผู้ให้เช่าซื้อก็ประสงค์จะได้รับประโยชน์จากสัญญาประกันภัยในฐานะเป็นผู้รับประโยชน์แสดงให้เห็นว่าวัตถุประสงค์แห่งสัญญาประกันภัยย่อมมุ่งประสงค์ไปที่การประกันภัยรถยนต์คันที่นายเพิ่มเกียรติเป็นผู้เช่าซื้อตลอดระยะเวลาที่เช่าซื้อเป็นสำคัญยิ่งกว่าวันเริ่มต้นแห่งสัญญาประกันภัยที่พิมพ์เป็นตัวอักษร แม้สัญญาเช่าซื้อช่วงจะระบุวันเริ่มต้นของสัญญาหลังวันเริ่มต้นของสัญญาประกันภัย การตีความวันทำสัญญาประกันภัยดังกล่าวย่อมต้องเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญายิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษรดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 171 จึงถือได้ว่า นายเพิ่มเกียรติผู้เอาประกันภัยเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยขณะทำสัญญาประกันภัยกับโจทก์แล้ว เมื่อโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับประโยชน์ไปตามสัญญาประกันภัยแล้วย่อมได้รับช่วงสิทธิมาเรียกร้องจากจำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาต่อไปว่า นายเพิ่มเกียรตินำรถยนต์ที่เอาประกันภัยไปรับจ้างหรือให้เช่าเป็นการผิดสัญญาหรือไม่ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า ปัญหาดังกล่าวจำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ เพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ จึงไม่รับวินิจฉัย ดังนั้น เมื่อเนื้อหาของฎีกาจำเลยทั้งสองข้อดังกล่าวคัดลอกข้อความในอุทธรณ์มาเป็นฎีกา โดยไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ฎีกาทั้งสองข้อดังกล่าวจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยคืนรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ หมายเลขทะเบียน บฉ 5529 ประจวบคีรีขันธ์ แก่โจทก์ร่วมก่อน หากคืนไม่ได้จึงให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยเป็นการไม่ถูกต้องเพราะโจทก์รับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกร้องเอาจากจำเลย เนื่องจากโจทก์ในฐานะผู้ประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทมิตซูประจวบ จำกัด ไปแล้ว ย่อมรับช่วงสิทธิในค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวเท่านั้น จึงไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยส่งคืนรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุแก่โจทก์ได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง อนึ่ง เมื่อศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัทมิตซูประจวบ จำกัด แล้วตามเอกสารหมาย ป.จ. 7 และ ป.จ. 8 โดยเอกสารหมาย ป.จ. 8 ซึ่งเป็นใบเสร็จรับเงินของบริษัทมิตซูประจวบ จำกัด ระบุว่าได้รับเงินจากโจทก์ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2543 จึงเห็นควรกำหนดให้จำเลยรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันที่โจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัทมิตซูประจวบ จำกัด" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้จำเลยคืนรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บฉ 5529 ประจวบคีรีขันธ์ แก่โจทก์ ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2543 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10421/2551 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด โจทก์ บริษัทริเวอร์โฮเต็ล (ปฐม) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด · จำเลย - บริษัทริเวอร์โฮเต็ล (ปฐม) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ทาวุฒิ · ชวลิต ตุลยสิงห์ · อิศเรศ ชัยรัตน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5317/2538ฎีกา 7339/2537ฎีกา 5281/2540ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3208/2528ฎีกา 793/2546ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3760/2533ฎีกา 1172/2514ฎีกา 6164/2533ฎีกา 1660/2518ฎีกา 259/2539ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 3325/2548ฎีกา 7568/2541ฎีกา 7484/2537ฎีกา 3352/2529ฎีกา 2425/2538ฎีกา 10930/2554ฎีกา 115/2521ฎีกา 380/2530ฎีกา 476/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ