⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3879/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3879/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้บริหารกิจการซึ่งเป็นหุ้นส่วนไม่ส่งมอบเงินที่ได้รับมาให้แก่หุ้นส่วนอีกคนหนึ่ง เป็นการผิดสัญญาหุ้นส่วนที่ต้องว่ากล่าวกันในทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

เงินที่จำเลยรับมาในฐานะเป็นผู้บริหารกิจการประกอบกิจการโรงงาน ทั้งจำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ร่วมประกอบกิจการนั้น โจทก์ร่วมจะมีสิทธิได้เงินดังกล่าวหรือไม่ เพียงใด ก็ต้องอาศัยสัญญาหุ้นส่วนที่มีต่อกันเท่านั้น การที่จำเลยไม่ส่งเงินดังกล่าวให้โจทก์ร่วมก็เป็นเรื่องที่โจทก์ร่วมจะเรียกร้องเอาแก่จำเลยในทางแพ่ง จึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ.มาตรา 352 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 กับให้จำเลยใช้เงินจำนวน 71,974 บาท คืนแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายนิพนธ์ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 2 เดือน และปรับ 6,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือนต่อครั้ง เป็นเวลา 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 กับให้จำเลยใช้เงินจำนวน 71,974 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ร่วมและจำเลยเป็นหุ้นส่วนกันในการประกอบกิจการโรงงานทอผ้าไหมพรม โดยจำเลยเป็นผู้บริหารงานต่าง ๆ เช่น การจ้างคนงาน การรับงาน ส่งงาน วางบิล และเก็บเงิน เป็นต้น ก่อนเกิดเหตุคดีนี้บริษัทอาร์ท ออน สติทซ์ จำกัด ได้ว่าจ้างจำเลยทอเสื้อไหมพรมจำนวน 1,448 ตัว คิดเป็นเงินจำนวน 71,974 บาท จำเลยดำเนินการจนเสร็จได้ส่งมอบเสื้อไหมพรมและรับเงินจากบริษัทดังกล่าวเป็นเช็คเงินสดสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ จำเลยได้นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็คแล้วแต่ไม่ได้มอบเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ฐานยักยอกทรัพย์ซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า เงินจำนวน 71,974 บาท เป็นเงินที่จำเลยรับมาในฐานะเป็นผู้บริหารกิจการประกอบกิจการโรงงาน ทั้งจำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ร่วมประกอบกิจการโรงงานทอผ้าไหมพรมดังข้อเท็จจริงที่ฟังยุติ ดังนั้น โจทก์ร่วมจะมีสิทธิได้เงินดังกล่าวหรือไม่ เพียงใด ก็ต้องอาศัยสัญญาหุ้นส่วนที่มีต่อกันเท่านั้น การที่จำเลยไม่ส่งเงินดังกล่าวให้โจทก์ร่วมก็เป็นเรื่องที่โจทก์ร่วมจะเรียกร้องเอาแก่จำเลยในทางแพ่ง หามีมูลความผิดทางอาญาไม่ เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วปัญหาตามฎีกาจำเลยข้ออื่นจึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3879/2551 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายนิพนธ์ ศุภพฤกษ์พงศ์ โจทก์ร่วม นางพรทิพย์หรือนงลักษณ์ ทองมงคล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - นายนิพนธ์ ศุภพฤกษ์พงศ์ · จำเลย - นางพรทิพย์หรือนงลักษณ์ ทองมงคล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กีรติ กาญจนรินทร์ · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · ศิริชัย วัฒนโยธิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงตลิ่งชัน - นางมณฑิรา เชื้ออินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายนิติ เอื้อจรัสพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5745/2547

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 15558/2555ฎีกา 4081/2564ฎีกา 9663/2554ฎีกา 7100/2538ฎีกา 15690/2553ฎีกา 5865/2555ฎีกา 416/2550ฎีกา 96-97/2510ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 1057/2514ฎีกา 1375/2515ฎีกา 1503/2536ฎีกา 3820/2529ฎีกา 2975/2529ฎีกา 822/2506ฎีกา 1522/2565ฎีกา 2157/2518ฎีกา 1140/2507ฎีกา 979/2501ฎีกา 602/2501ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 8552/2552ฎีกา 2354/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา