⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4058/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4058/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจัดตั้งกิจการร่วมค้าผูกพันเฉพาะนิติบุคคลที่เข้าเป็นคู่สัญญา หาผูกพันกรรมการของนิติบุคคลนั้นเป็นการส่วนตัวไม่

ย่อคำพิพากษา

กิจการร่วมค้า ค. จัดตั้งขึ้นโดยโจทก์กับบริษัท พ. ส่วนจำเลยเป็นเพียงกรรมการคนหนึ่งซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัท พ. เท่านั้น สัญญากิจการร่วมค้าจึงผูกพันเฉพาะบริษัท พ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก หาผูกพันจำเลยไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยขอให้เลิกกิจการร่วมค้า ค. และชำระบัญชี แม้บริษัท พ. ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท และเสร็จการชำระบัญชี และผู้ชำระบัญชีบริษัท พ. ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ก็ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้โจทก์ฟ้องจำเลยได้ ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยลงชื่อในเอกสารขอเบิกเงินของกิจการร่วมค้า ค. ตามบัญชีกระแสรายวันและบัญชีเงินฝากรวม 3 บัญชี ร่วมกับโจทก์ในนามของกิจการร่วมค้า ค. ตลอดจนลงชื่อในเอกสารขอปิดบัญชีทั้งสามบัญชีดังกล่าวกับธนาคาร ฮ. ก็เป็นเรื่องการขอจัดการทรัพย์สินที่สืบเนื่องมาจากการขอเลิกกิจการร่วมค้า ค. อันถือได้ว่าเป็นการขอชำระบัญชีนั่นเอง โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยไม่ได้เช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2532 มีนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์หรือนางสาวสมพร จำเลยลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท วันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 โจทก์และบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ร่วมกันจัดตั้งกิจการร่วมค้าชื่อ "กิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์" เพื่อรับเหมาก่อสร้างอาคารตามโครงการต่างๆ และร่วมกันเปิดบัญชีกระแสรายวัน 1 บัญชี และบัญชีเงินฝากประจำ 2 บัญชี กับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร โดยกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินจากบัญชีทั้งสามดังกล่าวว่านายพงษ์ประพาฬผู้แทนของโจทก์ลงชื่อร่วมกับนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์หรือจำเลยซึ่งเป็นผู้แทนของบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด รวมเป็นสองคน หลังจากกิจการร่วมค้าคิดซัน เบนเนทท์ ดำเนินงานก่อสร้างเสร็จ โจทก์จัดทำบัญชีของกิจการร่วมค้าปรากฏว่ากิจการร่วมค้ามีเงินฝากในบัญชีธนาคารดังกล่าวและต้องชำระเงินทดรองจ่ายคืนโจทก์และบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด เงินประกันผลงานของผู้รับเหมาช่วง ค่าสอบบัญชี ค่าใช้จ่ายในการปิดกิจการร่วมค้า ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าภาษีเงินได้นิติบุคคล ต่อมาโจทก์ทราบภายหลังว่าบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทโดยมีนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ เป็นผู้ชำระบัญชีบริษัทและได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2538 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญากิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ และแจ้งให้นายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ ซึ่งอยู่ต่างประเทศ กับจำเลยทำหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์เป็นผู้รับมอบอำนาจในการเบิกถอนเงินและปิดบัญชีดังกล่าว แต่บุคคลทั้งสองเพิกเฉย ขอให้พิพากษาให้เลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ และให้ชำระบัญชี กับให้จำเลยลงชื่อร่วมกับโจทก์ในเอกสารขอเบิกเงินและปิดบัญชีจากบัญขีกระแสรายวัน 1 บัญชี และบัญชีเงินฝากประจำ 2 บัญชี ของกิจการร่วมค้าคินซันเบนเนทท์ ที่มีกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร หากจำเลยไม่ยอมลงชื่อในเอกสารดังกล่าวให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาคำพ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องได้ความว่า กิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ จัดตั้งขึ้นโดยโจทก์กับบริษัทพี พีเอส เบนเนทท์ จำกัด ตามสัญญากิจการร่วมค้าเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 ส่วนจำเลยเป็นเพียงกรรมการคนหนึ่งซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด เท่านั้น มิใช่คู่สัญญากับโจทก์สัญญากิจการร่วมค้าจึงผูกพันเฉพาะบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก หาผูกพันจำเลยไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยขอให้เลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนนท์ และชำระบัญชี แม้บริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท และเสร็จการชำระบัญชี และนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ ผู้ชำระบัญชีบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยดังที่โจทก์อ้างก็ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้โจทก์ฟ้องจำเลยได้ ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยลงชื่อในเอกสารขอเบิกเงินของกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ ตามบัญชีกระแสรายวันและบัญชีเงินฝากรวม 3 บัญชี ร่วมกับโจทก์ในนามของกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ ตลอดจนลงชื่อในเอกสารขอปิดบัญชีทั้งสามบัญชีดังกล่าวกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้งคอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร นั้น ก็เป็นเรื่องการขอจัดการทรัพย์สินที่สืบเนื่องมาจากการขอเลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ อันถือได้ว่าเป็นการขอชำระบัญชีนั่นเอง โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยไม่ได้เช่นกัน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4058/2551 บริษัทคินซัน (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นางสาวสมพร ชูสาย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทคินซัน (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - นางสาวสมพร ชูสาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระศักดิ์ นิศามณี · พิทักษ์ คงจันทร์ · ตรีวุฒิ สาขากร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา