⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4391/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4391/2551

ป.พ.พ. ม.150, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนสิทธิในการทำสัญญาประกันภัยหรือสิทธิในการเป็นตัวแทนประกันภัยเป็นสิทธิเฉพาะตัวที่ไม่สามารถโอนกันได้ ข้อตกลงซื้อขายสิทธิดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาจะซื้อขาย ระบุว่า ผู้จะขาย (โจทก์) และผู้จะซื้อ (จำเลย) ตกลงซื้อสิทธิและอุปกรณ์พร้อมการทำประกันวินาศภัยในสำนักงานของโจทก์ ซึ่งเปิดเป็นสำนักงานที่ทำการประกันวินาศภัยของบริษัท ท. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาของคู่ความคือโจทก์และจำเลยว่า ประสงค์จะซื้อขายสิทธิในการทำสัญญาประกันวินาศภัยที่โจทก์มีอยู่กับบริษัท ท. และอุปกรณ์ในสำนักงาน แต่เนื่องจากสิทธิในการทำสัญญาประกันภัยหรือสิทธิในการเป็นตัวแทนประกันภัยเป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่สามารถโอนกันได้ ข้อตกลงดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ที่โจทก์เบิกความในชั้นพิจารณาว่า เป็นสิทธิการเช่านั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ เนื่องจากโจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.225

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน 143,959 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 110,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่ฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 มกราคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความให้รวม 6,000 บาท จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อปี 2540 โจทก์ได้เช่าอาคารพาณิชย์เลขที่ 68 ถนนเพลินพิทักษ์ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เพื่อใช้เป็นสำนักงานตัวแทนประกันภัยของบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2541 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2543 โจทก์ได้ซื้ออุปกรณ์ตกแต่งอาคารใช้เป็นสำนักงานด้วยเงินของโจทก์เอง ต่อมาวันที่ 28 มกราคม 2542 จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายสิทธิและอุปกรณ์ พร้อมการทำสัญญาประกันวินาศภัยในสำนักงานของโจทก์ในราคา 210,000 บาท ในวันดังกล่าวจำเลยได้วางเงินมัดจำให้แก่โจทก์ 50,000 บาท และโจทก์จะส่งมอบการครอบครองให้แก่จำเลยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 สำหรับเงินที่เหลือจำเลยได้ออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 สั่งจ่ายเงิน 50,000 บาท และลงวันที่ 1 มีนาคม 2542 สั่งจ่ายเงิน 100,000 บาท วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 โจทก์ได้ส่งมอบการครอบครองอาคารสำนักงานให้แก่จำเลย หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน จำเลยได้นำเงิน 50,000 บาท ไปให้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ได้นำเช็คฉบับหลังไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2544 สำนักงานของโจทก์มีโต๊ะและเก้าอี้อย่างละ 2 ตัว เครื่องปรับอากาศและโทรศัพท์อย่างละ 1 เครื่อง รวมราคาประมาณ 80,000 บาท มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดชำระเงินตามสัญญาจะซื้อขายอีก 100,000 บาท หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาดังกล่าว ข้อ 1 ระบุว่าผู้จะขาย (โจทก์) และผู้จะซื้อ (จำเลย) ตกลงซื้อสิทธิและอุปกรณ์พร้อมการทำประกันวินาศภัยในสำนักงานของนายกมล (โจทก์) ซึ่งเปิดเป็นสำนักงานที่ทำการประกันวินาศภัยของบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จังหวัดตรัง จากข้อความดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงเจตนาของคู่ความคือโจทก์และจำเลยว่า ประสงค์จะซื้อขายสิทธิในการทำสัญญาประกันวินาศภัยที่โจทก์มีอยู่กับบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และอุปกรณ์ในสำนักงาน แต่เนื่องจากสิทธิในการทำสัญญาประกันภัยหรือสิทธิในการเป็นตัวแทนประกันภัยเป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่สามารถโอนกันได้ ข้อตกลงดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ที่โจทก์เบิกความในชั้นพิจารณาว่า เป็นสิทธิการเช่านั้นเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ เนื่องจากโจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้ อีกทั้งตามสัญญาเช่าตึกแถวระหว่างโจทก์ ผู้เช่า กับนายเว้งซิ้มผู้ให้เช่าก็มิได้มีข้อตกลงให้โอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วงได้ ข้ออ้างของโจทก์จึงขัดต่อข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4391/2551 นายกมล เด่นยุกต์ โจทก์ นางอารมณ์ ลีลายุวัฒนกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกมล เด่นยุกต์ · จำเลย - นางอารมณ์ ลีลายุวัฒนกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย วัฒนโยธิน · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · กีรติ กาญจนรินทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 3803/2565ฎีกา 7200/2540ฎีกา 933/2560ฎีกา 13566/2558ฎีกา 961/2566ฎีกา 1783/2551ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 5236/2542ฎีกา 4823/2548ฎีกา 6096/2550ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 6163/2537ฎีกา 2257/2543ฎีกา 8739/2551ฎีกา 5553/2537ฎีกา 5162/2553ฎีกา 4541/2550ฎีกา 958/2552ฎีกา 1645/2538ฎีกา 17923/2557ฎีกา 6066/2539ฎีกา 6/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา