⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6668/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6668/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันในวาระเดียวกัน โดยมีเจตนาเดียวกัน ถือเป็นกรรมเดียว แม้จะมีการบรรยายฟ้องแยกเป็นข้อๆ หรือมีการให้การรับสารภาพ ก็ไม่ทำให้การกระทำนั้นเป็นหลายกรรมต่างกันได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกรีดกระโปรงนักเรียนของผู้เสียหาย แล้วใช้ลำตัวของจำเลยเบียดที่ลำตัวด้านหลังของผู้เสียหายพร้อมกับใช้อวัยวะเพศของจำเลยดันที่บริเวณก้นของผู้เสียหายขณะอยู่บนรถไฟฟ้าต่อหน้าผู้โดยสารจำนวนมาก ภายหลังจากนั้นจำเลยใช้มือชักอวัยวะเพศของจำเลยเข้าออกเพื่อสำเร็จความใคร่ของตนบนสถานีรถไฟฟ้า จำเลยกระทำการดังกล่าวก็เพื่อกระทำอนาจารผู้เสียหายและกระทำการลามกอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำต่อเนื่องเชื่อมโยงในวาระเดียวกัน โดยมีเจตนาเพื่อกระทำอนาจารผู้เสียหายและเป็นผลมาจากการกระทำอนาจาร ลักษณะของเจตนาในการกระทำผิดเป็นอันเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวมิใช่หลายกรรม แม้โจทก์บรรยายฟ้องแยกเป็นข้อ ๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันและจำเลยให้การรับสารภาพก็ตาม ก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยเป็นหลายกรรมต่างกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.388 ประมวลกฎหมายอาญา ม.397

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 91, 278, 281, 358, 388, 397 และบวกโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาดังกล่าวเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 358, 388, 397 (ที่ถูกต้องระบุมาตรา 281 ด้วย) การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีต่อหน้าธารกำนัล อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน บวกโทษจำคุก 2 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3367/2545 ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และความปรากฏแก่ศาลชั้นต้นตามคำแถลงของจำเลยว่าจำเลยกระทำความผิดและศาลรอการลงโทษไว้ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2364/2547 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ จึงให้บวกโทษจำคุก 30 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีดังกล่าวเข้ากับโทษในคดีนี้ด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคหนึ่ง เป็นจำคุก 38 เดือน โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลย 4,000 บาท อีกสถานหนึ่งลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับเป็นเงิน 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้คุมความประพฤติของจำเลยไว้ โดยให้จำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลอาญากรุงเทพใต้กำหนดไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2364/2547 โดยเคร่งครัด ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3367/2545 ของศาลประจวบคีรีขันธ์มาบวกกับโทษในคดีนี้ และไม่บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2364/2547 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้ากับคดีนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่ เห็นว่า จำเลยกรีดกระโปรงนักเรียนของนางสาวชฎาทิพย์ ผู้เสียหาย แล้วใช้ลำตัวของจำเลยเบียดที่ลำตัวด้านหลังของผู้เสียหายพร้อมกับใช้อวัยวะเพศของจำเลยดันที่บริเวณก้นของผู้เสียหายขณะอยู่บนรถไฟฟ้าต่อหน้าผู้โดยสารจำนวนมาก ภายหลังจากนั้นจำเลยใช้มือชักอวัยวะเพศของจำเลยเข้าออกเพื่อสำเร็จความใคร่ของตนบนสถานีรถไฟฟ้า จำเลยกระทำการดังกล่าวก็เพื่อกระทำอนาจารผู้เสียหายและกระทำการลามกอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำต่อเนื่องเชื่อมโยงในวาระเดียวกัน โดยมีเจตนาเพื่อกระทำอนาจารผู้เสียหายและเป็นผลมาจากการกระทำอนาจารผู้เสียหาย ลักษณะของเจตนาในการกระทำผิดเป็นอันเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวมิใช่หลายกรรม แม้โจทก์บรรยายฟ้องแยกเป็นข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ค. เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันและจำเลยให้การรับสารภาพก็ตาม ก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยเป็นหลายกรรมต่างกันได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อไปว่า ไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า ตามรายการประวัติของจำเลยเอกสารท้ายฎีกาที่จำเลยมิได้ยื่นคำแก้ฎีกาให้เห็นเป็นอย่างอื่น ปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันหลายครั้งประกอบกับตามใบรับรองแพทย์เอกสารท้ายคำแถลงประกอบคำรับสารภาพของจำเลย แพทย์วินิจฉัยว่า จำเลยมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศและอาการซึมเศร้า การควบคุมตนเองไม่ดี ไม่มีอาการโรคจิต โดยจำเลยเข้ารับการบำบัดตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2547 ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ แสดงว่าการบำบัดรักษาไม่เป็นผล หากปล่อยให้จำเลยใช้ชีวิตในสังคมโดยไม่ควบคุมตัวจำเลยไว้ระยะหนึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่นและสังคมได้ ที่ศาลอุทธรณ์รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 6 เดือน บวกโทษจำคุก 2 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3367/2545 ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นจำคุก 8 เดือน ไม่ปรับ ไม่รอการลงโทษ และไม่คุมความประพฤติของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6668/2551 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายปรินทร์หรือภฤศ สิทธิสาร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายปรินทร์หรือภฤศ สิทธิสาร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นางล้อมเพชร ไวทยานุวัตติ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนัย มโนมัยอุดม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3146/2541ฎีกา 3637/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 7570/2541ฎีกา 845/2543ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา