⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8746/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8746/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นถูกแก้โดยศาลอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำบังคับเดิมย่อมสิ้นผลไป คู่ความมีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 แบ่งกรรมสิทธิ์รวมบ้าน 2 หลัง และรถยนต์ 1 คัน ให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากแบ่งไม่ได้ให้นำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งปันกันคนละครึ่ง เป็นเรื่องการแบ่งสินสมรสเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในครอบครัว โจทก์และจำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ต่อกัน เมื่อโจทก์ไม่ดำเนินการขอออกคำบังคับ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่ความย่อมมีสิทธิร้องขอให้ออกคำบังคับได้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า การแบ่งทรัพย์สินให้เป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1364 คำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำบังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นย่อมเป็นอันสิ้นผลไปโดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อไปได้ รวมถึงกรณีที่หากศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีเดิมและผลแห่งคำพิพากษาจำต้องมีการบังคับคดีให้แบ่งสินสมรสระหว่างกันอีก จำเลยที่ 1 หรือโจทก์ย่อมสิทธิขอออกคำบังคับใหม่เพื่อให้มีการบังคับคดีต่อไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.273 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ร้องขอให้เพิกถอนคำบังคับที่จำเลยที่ 1 ร้องขอต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากศาลพิพากษาให้แบ่งบ้านสวนลลนา จำนวน 2 หลัง และรถยนต์วอลโว่หมายเลขทะเบียน 9ว - 9811 กรุงเทพมหานคร คนละกึ่งหนึ่ง ดังนั้น ทั้งโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งกันและกันและชอบที่จะขอออกคำบังคับได้ตามกฎหมายทั้งสองฝ่าย เมื่อโจทก์ไม่แบ่งทรัพย์สินให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิขอออกคำบังคับได้ตามกฎหมาย กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งให้ออกคำบังคับ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "เดิมศาลชั้นต้นออกคำบังคับตามคำขอจำเลยที่ 1 ให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ว่า ให้จำเลยที่ 1 แบ่งกรรมสิทธิ์รวมคือบ้านสวนลลนาเลขที่ 444/833 และเลขที่ 444/569 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี รวม 2 หลัง และรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่หมายเลขทะเบียน 9ว - 9811 กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากแบ่งไม่ได้ให้นำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งปันกันคนละครึ่ง โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ดำเนินการขอออกคำบังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและโจทก์ยังได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำบังคับที่ออกให้แก่จำเลยที่ 1 แต่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์โดยสั่งในคำร้องดังกล่าวว่า "...ทั้งโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งกันและกันและชอบที่จะออกคำบังคับได้ตามกฎหมายทั้งสองฝ่าย เมื่อโจทก์ไม่แบ่งทรัพย์สินให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิออกคำบังคับได้ตามกฎหมาย..." โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้นโดยให้เหตุผลทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่ดำเนินการจัดการแยกทรัพย์สินออกเป็นกึ่งหนึ่งแม้จะมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และมีคำพิพากษาว่า ศาลชั้นต้นมีอำนาจออกคำบังคับโจทก์ได้โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 และมาตรา 302 ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีของการแบ่งสินสมรสนี้เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในครอบครัวโจทก์และจำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ต่อกัน เมื่อโจทก์ไม่ดำเนินการขอออกคำบังคับ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่ความย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับได้แต่เมื่อปรากฏต่อมาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีเดิมเป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 แบ่งกรรมสิทธิ์รวมในบ้านสวนลลนาเลขที่ 444/833 และเลขที่ 444/569 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี รวม 2 หลัง และรถยนต์วอลโว่หมายเลขทะเบียน 9ว - 9811 กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากตกลงไม่ได้ให้ประมูลราคากันระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 แล้วนำเงินมาแบ่งกันแต่หากยังตกลงกันไม่ได้ก็ให้นำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 ซึ่งว่าด้วยเรื่องการแบ่งทรัพย์สินระหว่างเจ้าของรวม ดังนี้ คำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำบังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นย่อมเป็นอันสิ้นผลไปโดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งจำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อไปได้รวมถึงกรณีที่หากศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีเดิมและผลแห่งคำพิพากษาจำต้องมีการบังคับคดีให้แบ่งสินสมรสระหว่างกันอีก จำเลยที่ 1 หรือโจทก์ย่อมมีสิทธิขอออกคำบังคับใหม่เพื่อให้มีการบังคับคดีต่อไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่เมื่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำบังคับสิ้นผลแล้ว จึงให้จำเลยที่ 1 ใช้สิทธิเพื่อดำเนินการบังคับคดีให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป" พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนจำเลยที่ 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8746/2551 นายรัตนชัย เนาวรัตน์ธนากร โจทก์ นางนวลนภา เมธพนธ์ หรือวัฒนาสันติพงศ์ หรือเนาวรัตน์ธนากร หรือดิษฐลำภู กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายรัตนชัย เนาวรัตน์ธนากร · จำเลย - นางนวลนภา เมธพนธ์หรือวัฒนาสันติพงศ์หรือเนาวรัตน์ธนากรหรือดิษฐลำภู กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · เกษม วีรวงศ์ · สิริรัตน์ จันทรา
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5459/2537ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 2503/2523ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 5283/2540ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ