⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8832/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8832/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยไม่มีสิทธิไล่เบี้ยหรือเรียกค่าทดแทนจากบริษัท ร. ได้ เนื่องจากบริษัท ร. ไม่ใช่คู่สัญญา และบริษัท ก. ซึ่งเป็นตัวการ ได้ตั้งจำเลยเป็นตัวแทนหลังจากเกิดเหตุพิพาทตามสัญญาซื้อขาย.

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะอ้างว่าจำเลยเป็นตัวแทนบริษัท ร. หากจำเลยแพ้คดีแล้วจำเลยอาจฟ้องบังคับเพื่อใช้สิทธิไล่เบี้ยเรียกค่าทดแทนจากบริษัท ก. ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตัวการได้นั้น เมื่อบริษัท ร. เพิ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทยหลังจากโจทก์และจำเลยทำสัญญาซื้อขายสินค้าพิพาท คู่สัญญาคงมีแต่โจทก์และจำเลยบริษัท ร. จึงมิได้เกี่ยวข้องกับจำเลย และบริษัท ก. ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ตั้งจำเลยเป็นตัวแทนหลังจากเกิดเหตุพิพาทตามสัญญาซื้อขายคดีนี้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิไล่เบี้ยหรือเรียกค่าทดแทนจากบริษัท ร. ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,822,844.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,360,177.27 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,390,186.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 มกราคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (วันที่ 28 มกราคม 2542) ต้องไม่เกิน 462,667.04 บาท ตามที่โจทก์ขอ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,625,593.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 2,261,017.42 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 28 มกราคม 2542) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความจำนวน 10,000 บาท ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 19,483.50 บาท และค่าธรรมเนียมใช้แทน 11,408.50 บาท แก่จำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นที่ยุติว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2540 โจทก์สั่งซื้อสินค้าจากจำเลยคือลิ้นกันไฟ ตัวปรับลม ตัวปรับลมพร้อมมอเตอร์ และตัวระบายลมรวมเป็นเงิน 2,407,500 บาท ซึ่งรวมค่าสินค้าค่าขนส่งทางเรือ ค่าภาษีศุลกากรขาเข้าและกำไรของจำเลยแล้ว จำเลยสั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากบริษัทผู้ผลิตคือบริษัทรัสกิน แมนิวแฟกจูริง จำกัด ในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อนำไปส่งให้โจทก์ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ถนนเพลินจิต กรุงเทพมหานคร ตามใบสั่งซื้อ และเงื่อนไขการสั่งซื้อ ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน 2540 จำเลยมีหนังสือขอให้โจทก์เปิดเล็ตเตอร์ออฟเครดิตกับบริษัทผู้ผลิตโดยอ้างว่าจำเลยไม่สามารถขอวงเงินในการออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิตจากธนาคารได้ โดยจำเลยจะชำระคืนเงินค่าใช้จ่ายในการเปิดเล็ตเตอร์ออฟเครดิต และค่าบริการของผู้รับออกสินค้าให้โจทก์ วันที่ 20 มิถุนายน 2540 โจทก์ขอเปิดเล็ตเตอร์ออฟเครดิตกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ จำนวนเงิน 68,292.20 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ บริษัทผู้ผลิตสินค้าดังกล่าว โจทก์ได้รับมอบสินค้าในวันที่ 8 และวันที่ 15 สิงหาคม 2540 โจทก์มีค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับสินค้ารวมเป็นเงิน 4,767,677.27 บาท เมื่อหักเงินค่าสินค้าตามใบสั่งซื้อจำนวน 2,407,500 บาท แล้วคงเหลือเงินที่โจทก์จ่ายไปและเรียกร้องให้จำเลยชดใช้เป็นเงิน 2,360,177.27 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกบริษัทรัสกิน (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยอ้างว่าจำเลยเป็นตัวแทนบริษัทดังกล่าวหากจำเลยแพ้คดีแล้วจำเลยอาจฟ้องบังคับคดีเพื่อใช้สิทธิไล่เบี้ยเรียกค่าทดแทนจากบริษัทรัสกิน แมนิวแฟกจูริง จำกัด ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตัวการได้ เห็นว่า บริษัทรัสกิน (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทยเมื่อปี 2542 อันเป็นเวลาภายหลังจากโจทก์และจำเลยทำสัญญาซื้อขายสินค้าพิพาท คู่สัญญาคงมีแต่โจทก์และจำเลย ดังนั้น บริษัทรัสกิน (ประเทศไทย) จำกัด จึงมิได้เกี่ยวข้องกับจำเลย บริษัทรัสกิน แมนิวแฟกจูริง จำกัด ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตั้งจำเลยเป็นตัวแทนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2542 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากเกิดเหตุพิพาทตามสัญญาซื้อขายคดีนี้ ฉะนั้น จำเลยจึงไม่อาจใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเรียกค่าทดแทนจากบริษัทรัสกิน (ประเทศไทย) จำกัดได้ คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 20,000 บาท แทนโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8832/2551 บริษัทอีเอ็มซี จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทไทย แอร์ มูฟเมนต์ แอนด์ คอนโทรล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทอีเอ็มซี จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทไทย แอร์ มูฟเมนต์ แอนด์คอนโทรล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร · สถิตย์ ทาวุฒิ · อิศเรศ ชัยรัตน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ