⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8851/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8851/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจำนองทรัพย์สินของบุคคลหนึ่งเพื่อประกันหนี้ของบุคคลอื่น ย่อมอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการจำนองเช่นเดียวกับการจำนองทรัพย์สินของตนเอง และหากไม่มีข้อตกลงยกเว้นไว้เป็นอย่างอื่น เจ้าหนี้จะบังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ได้ต่อเมื่อได้บังคับจำนองแล้วแต่ยังไม่พอชำระหนี้.

ย่อคำพิพากษา

ป.พ.พ. มาตรา 733 ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องใช้บังคับเฉพาะในกรณีที่ลูกหนี้จำนองทรัพย์สินของตนเองเท่านั้น จึงใช้บังคับแก่กรณีที่บุคคลหนึ่งจำนองทรัพย์สินของตนไว้เพื่อประกันหนี้อันบุคคลอื่นจะต้องชำระด้วย ตามสัญญากู้เงินและสัญญาจำนองที่จำเลยทั้งสองทำไว้กับโจทก์ไม่มีข้อตกลงยกเว้นไว้ว่า หากโจทก์บังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดในเงินที่ขาดจำนวนอยู่ ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาเพียงว่า หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์เท่านั้น โดยมิได้ระบุให้บังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินอื่นอีก ดังนั้น เมื่อโจทก์ได้นำยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ขายทอดตลาดเสร็จสิ้นไปแล้ว แม้จะได้เงินไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จะขอให้บังคับคดีเอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ต่อไปอีกไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.733

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้กู้เงิน และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จำนอง ให้ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญากู้เงินและสัญญาจำนอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,317,744 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,171,328 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 80489 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอให้บังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 80489 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ขายทอดตลาดเสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องว่า การขายทอดตลาดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ได้เงินไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เพื่อขายทอดตลาดต่อไป เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ดำเนินการให้อ้างว่าคำพิพากษาไม่ได้ระบุว่าหากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ยังมีสิทธิบังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 ได้โดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้เพราะโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในเรื่องสัญญากู้ยืมด้วย ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาหรือหรือมีคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ในเวลาที่กำหนด คำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ยกคำร้องค่าคำร้องให้เป็นพับ โจทก์ยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งว่า คำร้องเดิมของโจทก์ที่ขอให้สั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เป็นคำร้องที่ยื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 283 วรรคสอง คัดค้านการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้งคำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้ว คำสั่งเดิมของศาลชั้นต้นเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกัน จึงขอให้มีคำสั่งชี้ขาดว่าโจทก์มีสิทธิบังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 ต่อไปได้หรือไม่ หากเห็นว่าโจทก์มีสิทธิดังกล่าว ก็ขอให้สั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยกคำร้องค่าคำร้องให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาต แต่การที่จำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้าน และศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา พอแปลได้ว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของโจทก์นั้นชอบหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ภายหลังที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ได้เงินไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 นำออกขายทอดตลาดต่อไป แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ดำเนินการให้อ้างว่าคำพิพากษาไม่ได้ระบุว่าหากไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงยื่นคำร้องฉบับแรกขอให้ศาลชั้นต้นสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโดยอ้างว่าโจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาหรือขอให้พิจารณาคดีใหม่และคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้ตรงกับปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิบังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 ต่อไปได้หรือไม่ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโดยอ้างว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 733 บัญญัติว่า "...ถ้าเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้ ได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่นั้นก็ดี เงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใด ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในเงินนั้น" บทกฎหมายดังกล่าวไม่มีข้อจำกัดว่าต้องใช้บังคับเฉพาะในกรณีที่ลูกหนี้จำนองทรัพย์สินของตนเองเท่านั้น จึงย่อมใช้บังคับแก่กรณีที่บุคคลหนึ่งจำนองทรัพย์สินของตนไว้เพื่อประกันหนี้อันบุคคลอื่นจะต้องชำระด้วย คดีนี้ตามสัญญากู้เงินและสัญญาจำนองที่จำเลยทั้งสองทำไว้กับโจทก์ไม่มีข้อตกลงยกเว้นไว้ว่า หากโจทก์บังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดในเงินที่ขาดจำนวนอยู่ ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาเพียงว่า หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์เท่านั้น โดยมิได้ระบุให้บังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินอื่นอีก ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้นำยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ขายทอดตลาดเสร็จสิ้นไปแล้ว แม้จะได้เงินไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จะขอให้บังคับคดีเอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ต่อไปอีกหาได้ไม่ ทั้งนี้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลในขณะยื่นคำฟ้องมาในอัตราใดดังที่โจทก์อ้างมาในอุทธรณ์ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8851/2551 สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด โจทก์ นายเสนอ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทฟินิคซ พัลพแอนด์ เพเพอร์ จำกัด · จำเลย - นายเสนอ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · ชาลี ทัพภวิมล · คำนวน เทียมสอาด
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7007/2541ฎีกา 3771/2536ฎีกา 460/2550ฎีกา 7391/2547ฎีกา 3407/2553ฎีกา 2451/2567ฎีกา 14806/2556ฎีกา 908/2532ฎีกา 996/2532ฎีกา 1507/2538ฎีกา 694/2523ฎีกา 2900/2550ฎีกา 2551/2524ฎีกา 1536/2514ฎีกา 6107/2548ฎีกา 168/2518ฎีกา 3262/2527ฎีกา 300/2506ฎีกา 2003/2519ฎีกา 575/2549ฎีกา 414/2481ฎีกา 137/2516ฎีกา 40/2513ฎีกา 1399/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา