⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1289/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานอันสำคัญเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แม้การยื่นบัญชีระบุพยานจะไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้.

ย่อคำพิพากษา

แม้การยื่นบัญชีระบุพยานของจำเลยที่ 1 จะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรรคหนึ่งและวรรคสอง แต่เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) เมื่อพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การของจำเลยที่ 1 แล้วคดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของหรือในฐานะผู้เช่า ดังนี้ บัญชีระบุพยานของจำเลยที่ 1 ที่อ้างพยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์และจำเลยที่ 1 นำพยานบุคคลดังกล่าวเข้าเบิกความคือตัวจำเลยที่ 1 กับ ผ. ผู้รู้เห็นเหตุการณ์เช่าที่ดินพิพาทและเป็นผู้เก็บรักษาส่วนแบ่งข้าวที่ทำนาได้ จึงนับว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดี การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับบัญชีระบุพยานจำเลยที่ 1 และอนุญาตให้จำเลยที่ 1 นำบุคคลดังกล่าวเข้าเบิกความจึงชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.87 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.88

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 961 เลขที่ดิน 148 ตำบลโนนเพ็ด อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้ายุ่งเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ และพิพากษาว่าสัญญาจำนองระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เป็นโมฆะ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาก่อนสืบพยานโจทก์ โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ค้าน ศาลชั้นต้นอนุญาต และให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เป็นประการสุดท้ายว่า ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ยื่นบัญชีระบุพยานเมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาตามกฎหมายและให้จำเลยที่ 1 นำพยานบุคคลเข้าสืบเป็นการชอบหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานจนล่วงเลยกำหนดเวลาตามกฎหมาย หลังจากนั้นได้ยื่นคำแถลงขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมรวม 2 ครั้ง จึงเป็นการไม่ชอบ เพราะไม่มีการยื่นบัญชีระบุพยานครั้งแรกก่อน การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับบัญชีระบุพยานของจำเลยที่ 1 จึงไม่ชอบ ในปัญหาดังกล่าวข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อโจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ของจำเลยที่ 1 แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 17 ตุลาคม 2545 ว่า คดีนี้นัดสืบพยานโจทก์วันที่ 24 มิถุนายน 2545 จำเลยที่ 1 ยื่นบัญชีระบุพยานครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2545 โดยเข้าใจว่าเป็นการยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 โจทก์รับสำเนาแล้วไม่คัดค้าน ศาลอนุญาตและรับบัญชีระบุพยานจำเลยที่ 1 จึงถือว่าเป็นกรณีที่ศาลอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ยื่นบัญชีระบุพยานเมื่อพ้นระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคหนึ่ง อันเป็นการใช้ดุลพินิจรับบัญชีระบุพยานจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสามแล้ว จำเลยที่ 1 มีสิทธิยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม (หมายถึงการระบุบัญชีพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 2) ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสาม แม้โจทก์จะคัดค้าน แต่เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดคดีเป็นไปโดยเที่ยงธรรมจึงอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ เห็นว่า แม้การยื่นบัญชีระบุพยานของจำเลยที่ 1 จะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แต่เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (2) เมื่อพิจารณาคำฟ้องและคำให้การของจำเลยที่ 1 แล้ว คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของหรือในฐานะผู้เช่า ดังนี้ บัญชีระบุพยานของจำเลยที่ 1 ที่อ้างพยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ และจำเลยที่ 1 นำพยานบุคคลดังกล่าวเข้าเบิกความคือตัวจำเลยที่ 1 กับนางผาง บัวนาค ผู้รู้เห็นการเช่าที่ดินพิพาทและเป็นผู้เก็บรักษาส่วนแบ่งข้าวที่ทำนาได้ จึงนับว่าเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญ ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับบัญชีระบุพยานจำเลยที่ 1 และอนุญาตให้จำเลยที่ 1 นำพยานบุคคลดังกล่าวข้างต้นเข้าเบิกความจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (2) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2552 นางบานเย็น จาดนอก โจทก์ นางสาวสมจิตร์ บัวนาค กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบานเย็น จาดนอก · จำเลย - นางสาวสมจิตร์ บัวนาค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · วิรัช ชินวินิจกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบัวใหญ่ - นายสมชาย จันทร์รองศรี · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายตรีวุฒิ สาขากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2469/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1913/2520ฎีกา 324/2504ฎีกา 2307/2518ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 1368/2510ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 269/2520ฎีกา 1969/2515ฎีกา 1384/2518ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 2752/2537ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 235/2538ฎีกา 8358/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา