⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1991/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1991/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาต่างตอบแทน คู่สัญญาต่างมีสิทธิและหน้าที่ต่อกัน การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำคัญของสัญญาจะต้องได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งก่อน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้ดำเนินการบริหารกิจการสนามกอล์ฟเมืองแก้วโจทก์ทั้งแปดเป็นสมาชิกสามัญของจำเลยที่ 2 โจทก์ทั้งแปดรับโอนสิทธิการเป็นสมาชิกมาจากสมาชิกของจำเลยที่ 2 สัญญาระหว่างโจทก์ทั้งแปดกับจำเลยที่ 2 จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน คู่สัญญาต่างก็มีสิทธิและหน้าที่ต่อกัน กล่าวคือโจทก์ทั้งแปดจะต้องชำระเงินค่าสมาชิกและเงินประกันค่าบำรุงสนาม เมื่อโจทก์ทั้งแปดชำระเงินดังกล่าวแล้วก็เกิดสิทธิที่จะใช้สนามกอล์ฟตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 2 เมื่อได้รับเงินจากโจทก์ทั้งแปดดังกล่าวก็มีหน้าที่ให้โจทก์ทั้งแปดเข้าใช้สนามกอล์ฟ ดังนั้น หากจำเลยที่ 2 จะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำคัญคือการเรียกเก็บค่าบำรุงสนามเป็นรายปีก็จะต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งแปดซึ่งเป็นคู่สัญญาก่อน หามีสิทธิกระทำตามลำพังแต่อย่างใดไม่ ที่ใบขอรับโอนสมาชิกมีข้อความว่าโจทก์ทั้งแปดยินยอมที่จะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของจำเลยที่ 2 ที่มีอยู่ในขณะนี้และที่จะมีภายหน้า ก็หมายความแต่เพียงกฎเกณฑ์ข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้สนามกอล์ฟเท่านั้น หาได้รวมถึงค่าบำรุงสนามรายเดือนแต่อย่างใด เพราะโจทก์ทั้งแปดรับโอนสิทธิการเป็นสมาชิกจากสมาชิกเดิมของจำเลยที่ 2 จะต้องเสียค่าตอบแทนต่างหากจากค่าสมัครสมาชิกและเงินประกันค่าบำรุงสนามรายเดือนอีกต่างหาก ส่วนกฎและข้อบังคับของจำเลยที่ 2 ที่มีหมายเหตุว่าค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ นี้ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมนั้นเป็นข้อความที่เขียนต่อจากหัวข้อค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียม ไม่เกี่ยวกับการสมัครเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสนามรายเดือนแต่อย่างใด มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับโจทก์ทั้งแปดซึ่งเป็นสมาชิกแต่เพียงค่าบริการสนามกอล์ฟแก่ผู้ที่สมาชิกพาไปเล่นกอล์ฟเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันยกเลิกกฎข้อบังคับที่ออกใหม่ทั้งหมดและให้ใช้กฎบังคับฉบับเดิมจนกว่าจะครบกำหนด 30 ปี และให้โจทก์ทั้งแปดใช้บริการสนามกอล์ฟเมืองแก้วได้ต่อไปตามกฎข้อบังคับเดิมจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลา 30 ปี กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหายเดือนละ 96,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งแปด จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้กฎและข้อบังคับของสนามกอล์ฟเมืองแก้วของจำเลยทั้งสามที่ออกตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 ไม่มีผลใช้บังคับกับโจทก์ทั้งแปดและให้โจทก์ทั้งแปดมีสิทธิใช้สนามกอล์ฟเมืองแก้วได้ตามกฎและข้อบังคับเดิมจนกว่าครบกำหนดเวลาอายุสมาชิก 30 ปี กับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งแปด โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท (ที่ถูก คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก) จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า สนามกอล์ฟเมืองแก้วตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 8 ถนนบางนา - ตราด ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้ดำเนินการบริหารกิจการสนามกอล์ฟ ที่ดินอันเป็นที่ตั้งสนามกอล์ฟและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ อันเป็นส่วนประกอบของสนามกอล์ฟ จำเลยที่ 2 เช่ามาจากบริษัทกรุงเทพวัฒนภูมิ จำกัด โจทก์ทั้งแปดเป็นสมาชิกสามัญของจำเลยที่ 2 โจทก์ทั้งแปดรับโอนสิทธิการเป็นสมาชิกของจำเลยที่ 2 ในการใช้บริการสนามกอล์ฟของจำเลยที่ 2 นั้น โจทก์ทั้งแปดซึ่งเป็นสมาชิกสามัญต้องปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับของจำเลยที่ 2 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 3 เช่าบริหารกิจการสนามกอล์ฟเมืองแก้วมีกำหนด 3 ปี ต่อมาจำเลยที่ 3 ออกข้อบังคับการใช้สนามกอล์ฟเพื่อใช้บังคับสมาชิกสนามกอล์ฟวันที่ 8 ธันวาคม 2546 จำเลยที่ 3 มีหนังสือถึงโจทก์ทั้งแปดให้ชำระค่าบริการรายปีสำหรับปี 2547 จำนวนเงิน 3,000 บาท แก่จำเลยที่ 3 แต่โจทก์ทั้งแปดไม่ชำระ จำเลยที่ 3 จึงไม่ให้โจทก์ทั้งแปดใช้บริการสนามกอล์ฟเมืองแก้ว คดีในส่วนของโจทก์ทั้งแปดกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 มีสิทธิออกกฎข้อบังคับใหม่บังคับให้โจทก์ทั้งแปดชำระค่าบำรุงสนามรายปีคนละ 3,000 บาท ได้หรือไม่จำเลยที่ 2 ฎีการับว่า ทางปฏิบัติระหว่างโจทก์ทั้งแปดกับจำเลยที่ 2 เป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อเป็นสัญญาต่างตอบแทนกัน คู่สัญญาต่างก็มีสิทธิและหน้าที่ต่อกันกล่าวคือโจทก์ทั้งแปดจะต้องชำระเงินค่าสมัครสมาชิกคนละ 20,000 บาท และชำระเงินประกันค่าบำรุงสนามรายเดือนนาน 30 ปี เป็นเงิน 180,000 บาท เมื่อโจทก์ทั้งแปดชำระเงินดังกล่าวแล้วก็เกิดสิทธิที่จะใช้สนามกอล์ฟตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 2 เมื่อได้รับเงินจากโจทก์ทั้งแปดดังกล่าวก็มีหน้าที่ให้โจทก์ทั้งแปดเข้าใช้สนามกอล์ฟ ดังนั้น หากจำเลยที่ 2 จะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำคัญ คือ การเรียกเก็บค่าบำรุงสนามเป็นรายปีก็จะต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งแปดซึ่งเป็นคู่สัญญาก่อน หามีสิทธิกระทำตามลำพังแต่อย่างใดไม่ ที่ใบขอรับโอนสมาชิกจะมีข้อความว่าโจทก์ทั้งแปดยินยอมที่จะปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับของจำเลยที่ 2 ที่มีอยู่ในขณะนี้และที่จะมีภายหน้า ก็หมายความแต่เพียงกฎเกณฑ์ข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้สนามกอล์ฟเท่านั้น หาได้รวมถึงค่าบำรุงสนามรายเดือนแต่อย่างใดเพราะโจทก์ทั้งแปดรับโอนสิทธิการเป็นสมาชิกจากสมาชิกเดิมของจำเลยที่ 2 จะต้องเสียค่าตอบแทนต่างหากจากค่าสมัครสมาชิกและเงินประกันค่าบำรุงสนามรายเดือนอีกต่างหาก ส่วนกฎและข้อบังคับของจำเลยที่ 2 ที่มีหมายเหตุว่า ค่าธรรมเนียมและค่าใช้ค่าจ่ายต่างๆ นี้ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมนั้น เป็นข้อความที่เขียนต่อจากหัวข้อค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียม ไม่เกี่ยวกับการสมัครเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสนามรายเดือนแต่อย่างใด มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับโจทก์ทั้งแปดซึ่งเป็นสมาชิกแต่เพียงค่าบริการสนามกอล์ฟแก่ผู้ที่สมาชิกพาไปเล่นกอล์ฟเท่านั้น การที่มีการลงทุนปรับปรุงสนามกอล์ฟและคลับเฮ้าส์ไปประมาณ 100,000,000 บาท นั้น ก็ได้ความจากจำเลยที่ 2 ว่า ได้มีการรับสมัครสมาชิกใหม่จำนวน 500 รายเศษ ได้เงินค่าสมาชิก 100 กว่าล้านบาทเงินที่ได้รับดังกล่าวมากกว่าเงินที่ใช้ลงทุนไปจำนวนมาก และย่อมทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันก็เป็นผลเสียแก่โจทก์ทั้งแปดเพราะทำให้มีผู้มาใช้สนามกอล์ฟเพิ่ม ต้องแบ่งปันกันใช้มากขึ้น ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1991/2552 นายอนุรักษ์ ตั้งกุลเกียรติ กับพวก โจทก์ บริษัทชาติชวิน จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอนุรักษ์ ตั้งกุลเกียรติ กับพวก · จำเลย - บริษัทชาติชวิน จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย วัฒนโยธิน · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · กีรติ กาญจนรินทร์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 317/2489ฎีกา 2014/2506ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 6161/2538ฎีกา 2467/2526ฎีกา 15668/2558ฎีกา 870/2537ฎีกา 3549/2528ฎีกา 1561/2529ฎีกา 2983/2549ฎีกา 5745/2537ฎีกา 553/2518ฎีกา 2009/2515ฎีกา 102/2535ฎีกา 1150/2524ฎีกา 3059/2538ฎีกา 5004/2539ฎีกา 2294/2541ฎีกา 5896/2533ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 2526/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ