⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2537/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2537/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของลูกหนี้ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันที่จะบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันได้

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไม่มีผลกระทบถึงสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันตามความในมาตรา 110 วรรคสาม โจทก์ในคดีนี้เป็นเจ้าหนี้มีประกันเหนือทรัพย์สินซึ่งจำนองของจำเลยที่ 4 จึงย่อมมีสิทธิที่จะเลือกยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายที่จำเลยที่ 4 ถูกศาลแพ่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดหรือไม่ก็ได้ สุดแท้แต่โจทก์จะเห็นสมควรว่าวิธีการใดจะเหมาะสมและเป็นประโยชน์แก่ตนมากกว่ากัน เมื่อโจทก์ไม่ขอรับชำระหนี้ในคดีที่จำเลยที่ 4 ถูกฟ้องล้มละลายแล้วเช่นนี้ หนี้ที่จำเลยที่ 4 มีอยู่แก่โจทก์ในคดีนี้จึงไม่ใช่หนี้อันพึงขอรับชำระหนี้ได้ตามนัยแห่งมาตรา 77 ดังกล่าว ข้อเท็จจริงที่ว่า จำเลยที่ 4 ได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว จึงไม่ทำให้จำเลยที่ 4 หลุดพ้นจากหนี้จำนองที่มีอยู่แก่โจทก์ในคดีนี้แต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.77 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.95 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.110

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ 3,627,267.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 14.5 ต่อปี ในต้นเงิน 2,133,499.34 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในวงเงิน 2,000,000 บาท จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดในวงเงิน 1,500,000 บาท จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดในวงเงิน 2,500,000 บาท จำเลยที่ 5 และที่ 6 ร่วมรับผิดในวงเงินคนละ 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราขึ้นลงตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาทรัสต์รีซีทระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540 ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2542 และดอกเบี้ยร้อยละ 14.5 ต่อปี ในต้นเงินที่จำเลยแต่ละคนต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 นับแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยคนใดบิดพลิ้ว ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 224911 ตำบลคลองจั่น อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ที่ดินโฉนดเลขที่ 134590 ตำบลคลองตัน (ที่ 8 พระโขนงฝั่งเหนือ) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร และที่ดินโฉนดเลขที่ 227617 ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินแต่ละแปลงออกขายทอดตลาดใช้หนี้ ถ้าเงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใด ให้โจทก์ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยเหล่านั้นออกขายทอดตลาดใช้หนี้จนกว่าจะครบ จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสั่งงดขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 227617 ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ตนจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 4 ซึ่งถูกฟ้องล้มละลายตามคดีหมายเลขแดงที่ล.311/2542 ของศาลแพ่ง และถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2543 แต่ต่อมาได้รับการปลดจากล้มละลายแล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2547 จึงหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 77 รวมทั้งหนี้ในคดีนี้ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสั่งยกคำร้องให้ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า แม้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 77 จะบัญญัติว่า "คำสั่งปลดจากล้มละลาย ทำให้บุคคลล้มละลายหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงอันพึงขอรับชำระได้..." ซึ่งมีความหมายว่า เมื่อบุคคลล้มละลายคนใดได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว บุคคลนั้นย่อมหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนด ไม่ว่าหนี้นั้นจะเป็นหนี้สามัญหรือหนี้มีประกันที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ โดยสละสิทธิที่มีอยู่เหนือทรัพย์อันเป็นหลักประกันนั้นก็ตาม แต่เมื่อคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไม่มีผลกระทบถึงสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันตามความในมาตรา 110 วรรคสาม โจทก์ในคดีนี้ผู้เป็นเจ้าหนี้มีประกันเหนือทรัพย์สินซึ่งจำนองของจำเลยที่ 4 จึงย่อมมีสิทธิเลือกที่จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายที่จำเลยที่ 4 ถูกศาลแพ่งสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดหรือไม่ก็ได้ สุดแท้แต่โจทก์จะเห็นสมควรว่าวิธีการใดจะเหมาะสมและเป็นประโยชน์แก่ตนมากกว่ากัน เพราะหากขอรับชำระหนี้ร่วมกับเจ้าหนี้สามัญก็จะต้องสละสิทธิที่จะพึงได้รับชำระหนี้จากหลักประกันนั้นก่อนเจ้าหนี้รายอื่น แต่ถ้าไม่ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเพราะเห็นว่าหลักประกันที่มีอยู่นั้นคุ้มกับจำนวนหนี้ โจทก์ก็ยังคงครองสิทธิจำนองเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันอยู่ในลำดับเดิมต่อไป เมื่อโจทก์ไม่ขอรับชำระหนี้ในคดีที่จำเลยที่ 4 ถูกฟ้องล้มละลายแล้วเช่นนี้ หนี้ที่จำเลยที่ 4 มีอยู่แก่โจทก์ในคดีนี้จึงไม่ใช่หนี้อันพึงขอรับชำระได้ตามนัยแห่งมาตรา 77 ดังกล่าว ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยที่ 4 ได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว จึงไม่ทำให้จำเลยที่ 4 หลุดพ้นจากหนี้จำนองที่มีอยู่แก่โจทก์ในคดีนี้แต่อย่างใด ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนองของจำเลยที่ 4 จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2537/2552 บริษัทบริหารสินทรัพย์ธนบุรี จำกัด โจทก์ บริษัทโทเทิล แอดวานซ์ คอมมิวนิเคชั่น เทคโนโลยี จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์ธนบุรี จำกัด · จำเลย - บริษัทโทเทิล แอดวานซ์ คอมมิวนิเคชั่นเทคโนโลยี จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธนพจน์ อารยลักษณ์ · พลรัตน์ ประทุมทาน · พรเพชร วิชิตชลชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำทก.(ค)224/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4275/2560ฎีกา 662/2525ฎีกา 1636/2534ฎีกา 3327/2566ฎีกา 1474/2528ฎีกา 342/2505ฎีกา 2647/2566ฎีกา 4500/2565ฎีกา 7732/2552ฎีกา 3407/2530ฎีกา 3332/2559ฎีกา 544/2520ฎีกา 6402/2540ฎีกา 1711/2535ฎีกา 1350/2508ฎีกา 1281/2506ฎีกา 4582/2536ฎีกา 5744/2531ฎีกา 2847/2540ฎีกา 6615/2559ฎีกา 3352/2540ฎีกา 4955/2536ฎีกา 136/2540ฎีกา 2829/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา