คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2552
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าซื้อเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการยักยอกทรัพย์ที่เช่าซื้อ แม้จะร้องทุกข์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้ให้เช่าซื้อ ก็ถือว่ามีอำนาจถอนคำร้องทุกข์ในฐานะผู้เสียหายด้วย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยักยอกรถที่เช่าซื้อขณะอยู่ในความครอบครองใช้ประโยชน์ของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยโดยตรง ดังนั้น แม้ผู้เช่าซื้อจะแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดฐานยักยอกในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้ให้เช่าซื้อก็ตาม ก็ถือได้ว่าได้ร้องทุกข์ในฐานะเป็นผู้เสียหายเองด้วยเช่นกัน ผู้เช่าซื้อย่อมมีอำนาจถอนคำร้องทุกข์ในฐานะที่เป็นผู้เสียหายด้วยคนหนึ่งได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 352 ให้จำเลยคืนรถยนต์คันที่จำเลยร่วมกันยักยอกไปให้แก่ผู้เสียหายหรือมิฉะนั้นให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 330,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 352 วรรคแรก จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนรถยนต์คันที่จำเลยร่วมกันยักยอกไปแก่ผู้เสียหาย หรือใช้ราคาแทนเป็นเงินจำนวน 330,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา นายประเวศน์ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์และขอถอนฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นางภัทราพรพวกของจำเลยยืมรถยนต์หมายเลขทะเบียน บต 873 สุโขทัย ของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อไปจากผู้เช่าซื้อ มาไว้ในครอบครองของนางภัทราพรและจำเลย แล้วร่วมกันเบียดบังไปเป็นของจำเลยและนางภัทราพรโดยทุจริต เมื่อในขณะเกิดเหตุกระทำความผิดผู้เช่าซื้อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์รถที่เช่าซื้อ การกระทำของจำเลยกับพวกย่อมทำให้ผู้เช่าซื้อได้รับความเสียหายโดยตรง แม้ผู้เช่าซื้อจะไปแจ้งความร้องทุกข์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายก็ตาม ก็ถือได้ว่าได้ร้องทุกข์ในฐานะที่ผู้เช่าซื้อเป็นผู้เสียหายด้วยเช่นกัน ผู้เช่าซื้อจึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้และย่อมมีอำนาจในการถอนคำร้องทุกข์ เมื่อความผิดฐานยักยอกตามฟ้องเป็นความผิดต่อส่วนตัวและยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)
จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2552
พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์
นายมนตรี นาคพริก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายมนตรี นาคพริก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิทักษ์ คงจันทร์ · ตรีวุฒิ สาขากร · เฉลียว พลวิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดแพร่ - นางศิริพร ลีฬหะบำรุง · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางณณัฏฐ์ ธีราทรง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา