⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3321/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3321/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
กำหนดระยะเวลาบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่คำพิพากษานั้นถึงที่สุด

ย่อคำพิพากษา

กำหนดระยะเวลาบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 ที่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นหมายถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2540 จำเลยทั้งสองมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษา แต่จำเลยทั้งสองมิได้ยื่นอุทธรณ์คดีจึงถึงที่สุดตั้งแต่วันถัดจากวันที่ 3 พฤษภาคม 2540 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง กำหนดระยะเวลาบังคับคดีต้องนับตั้งแต่วันดังกล่าว ผู้ร้องยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2550 ยังไม่พ้น 10 ปี นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด จึงอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาที่ผู้ร้องจะขอบังคับคดีเอาแก่จำเลยทั้งสองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ตามสัญญาจำนวน 248,000 บาท ค่าขาดประโยชน์จำนวน 77,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการติดตามยึดรถคืนเป็นเงิน 3,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 246,500 บาท กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลได้มีคำสั่งให้โจทก์ล้มละลายแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นำสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในคดีนี้ออกขายโดยวิธีประมูลขายทอดตลาด ผู้ร้องเป็นผู้ชนะการประมูล และได้ชำระเงินครบถ้วนแล้ว ผู้ร้องจึงได้รับโอนสิทธิเรียกร้องที่โจทก์มีต่อจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาในคดีนี้ ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ และเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสองปฏิบัติตามคำพิพากษาภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับคำบังคับ เมื่อครบกำหนดจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ร้องได้ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดีเอาแก่จำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอ ค่าคำขอให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาแต่การที่จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้านและศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาพออนุโลมได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว มีปัญหาข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่จะบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองแล้วหรือไม่ เห็นว่า กำหนดระยะเวลาบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ที่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น หมายถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดข้อเท็จจริงได้ความว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2540 จำเลยทั้งสองมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษา แต่จำเลยทั้งสองมิได้ยื่นอุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุดตั้งแต่วันถัดจากวันที่ 3 พฤษภาคม 2540 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง กำหนดระยะเวลาบังคับคดีต้องนับตั้งแต่วันดังกล่าว ผู้ร้องยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2550 ยังไม่พ้น 10 ปี นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดจึงอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาที่ผู้ร้องจะขอบังคับคดีเอาแก่จำเลยทั้งสองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำขอของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น อนึ่ง เมื่อศาลชั้นต้นสั่งยกคำขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีของผู้ร้องโดยไม่ชอบ และกรณีต้องมีการบังคับคดีต่อไป แต่ระยะเวลาบังคับคดีได้ล่วงพ้นไปแล้วในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาอันเป็นผลมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวนับได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะต้องขยายระยะเวลาบังคับคดีให้แก่ผู้ร้อง เพื่อให้การบังคับคดีสามารถดำเนินการต่อไปได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรขยายระยะเวลาบังคับคดีให้แก่ผู้ร้องเป็นเวลา 30 วัน" พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของผู้ร้องและให้ขยายระยะเวลาบังคับคดีให้แก่ผู้ร้องต่อไปอีก 30 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3321/2552 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทจีเนียสเนอร์สซิ่ง แคร์ จำกัด ผู้ร้อง นางศิริวรรณหรือนางวลัยกร ไชยศร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - บริษัทจีเนียสเนอร์สซิ่ง แคร์ จำกัด · จำเลย - นางศิริวรรณหรือนางวลัยกร ไชยศร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย สินเกษม · ชวลิต ตุลยสิงห์ · มานัส เหลืองประเสริฐ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1022/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1763/2551ฎีกา 185/2566ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 9203/2547ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 215/2544ฎีกา 82/2512ฎีกา 4122/2540ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 2532/2523ฎีกา 7732/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ