⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6613/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6613/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาอย่างไร โจทก์จะฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกับ อ. ร่วมกันแผ้วถางป่า ขุดดิน และต้นไม้ ปลูกที่อยู่อาศัย ก่อสร้าง และยึดถือครอบครองป่า ซึ่งเป็นการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับ อ. เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดเป็นผู้สนับสนุน และโจทก์มิได้อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานเป็นตัวการร่วม ความผิดฐานเป็นตัวการร่วมจึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น การที่โจทก์กลับมาฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับ อ. ตามฟ้อง จึงเป็นฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ มาตรา 15

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2545 เวลากลางวันจำเลยทั้งสามกับนางอ่อนแก้ว จำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 527/2546 ของศาลชั้นต้น ร่วมกันแผ้วถางป่า ขุดดินและต้นไม้ปลูกที่อยู่อาศัย ก่นสร้าง และยึดถือครอบครองป่า เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน บริเวณป่าหมู่ที่ 11 ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ซึ่งมิใช่เขตที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศจำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรม อันเป็นการก่อสร้าง แผ้วถาง ทำลายป่า ยึดถือและครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 54, 55, 72 ตรี, 74 ทวิ, 74 จัตวา ให้จำเลยทั้งสามและบริวารออกจากเขตป่าจ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 55 วรรคหนึ่ง, 72 ตรี วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 8 เดือน ปรับคนละ 12,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยทั้งสามและบริวารออกจากเขตป่า คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามกับนางอ่อนแก้ว ร่วมกันแผ้วถางป่า ขุดดินและต้นไม้ ปลูกที่อยู่อาศัย ก่อสร้าง และยึดถือครอบครองป่า ซึ่งเป็นการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับนางอ่อนแก้ว เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดเป็นผู้สนับสนุน และโจทก์มิได้อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานเป็นตัวการร่วม ความผิดฐานเป็นตัวการร่วมจึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น การที่โจทก์กลับมาฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับนางอ่อนแก้วตามฟ้อง จึงเป็นการฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6613/2552 พนักงานอัยการจังหวัดเทิง โจทก์ นายมอญ อิ่นสาม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเทิง · จำเลย - นายมอญ อิ่นสาม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · สบโชค สุขารมณ์ · ฐานันท์ วรรณโกวิท
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา