⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7232/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7232/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติผิดจากข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอม ย่อมไม่มีเหตุที่จะออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติผิดจากข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอม การที่บุคคลภายนอกนำเสาปูนมาปักหน้าประตูรั้วเหล็กก็เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองจะต้องไปว่ากล่าวเอาแก่บุคคลภายนอกต่อไป จึงไม่มีเหตุที่จะออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.275

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความว่า โจทก์ยอมให้นำที่ดินทางทิศใต้ของโฉนดที่ดินเลขที่ 10000 ของโจทก์เป็นทางจำเป็น ให้เป็นทางเดินร่วมกันกับผู้มีกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 5576 และ 5577 ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้มีความกว้าง 2 วา โดยโจทก์และจำเลยทั้งสองจะใช้ทางจำเป็นเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ต่อมาวันที่ 8 ธันวาคม 2548 ศาลชั้นต้นหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่าโจทก์ทำประตูรั้วเหล็กปิดกั้นทางเข้าออกทางจำเป็น อันเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จากนั้นวันที่ 4 มกราคม 2549 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้าน ครั้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้เนื่องจากโจทก์กับจำเลยทั้งสองตกลงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเปลี่ยนกุญแจประตูรั้ว ติดตู้รับไปรษณียภัณฑ์และทำกริ่งแล้ว ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2549 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า เมื่อประมาณต้นเดือนกันยายน 2549 มีบุคคลภายนอกซึ่งมีที่ดินติดกับประตูรั้วที่โจทก์ทำปิดกั้นทางจำเป็นได้นำเสาปูนมาปักหน้าประตูรั้วในที่ดินของตนเองและทำเป็นรั้วทำให้ปากประตูรั้วทางจำเป็นแคบลง จำเลยทั้งสองนำรถยนต์เข้าออกไม่ได้ ประกอบกับเสาปูนดังกล่าวจะปิดบังเลขที่บ้านบริเวณที่กดกริ่งและตู้รับไปรษณียภัณฑ์ ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้มีการบังคับคดีต่อไป เพื่อจำเลยทั้งสองจะได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปรื้อประตูรั้วที่โจทก์ทำปิดกั้นทางจำเป็นไว้ให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า การปักเสาเป็นการกระทำของบุคคลภายนอกประกอบกับตามภาพถ่ายท้ายคำร้องจำเลยก็ยังสามารถผ่านเข้าออกได้ ไม่จำเป็นต้องรื้อรั้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่ามีเหตุที่จะออกหมายบังคับคดีเพื่อให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมหรือไม่ เห็นว่า โจทก์กับจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยโจทก์ยอมให้ทางทิศใต้ของที่ดินของโจทก์เป็นทางจำเป็นเพื่อเป็นทางเดินร่วมกันระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง โดยให้มีความกว้าง 2 วา ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 ต่อมาจำเลยทั้งสองตกลงยินยอมให้โจทก์ทำประตูรั้วเหล็กเป็นทางเข้าออกของทางจำเป็นดังกล่าว โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการให้โจทก์เปลี่ยนกุญแจรั้วและมอบกุญแจให้แก่จำเลยทั้งสองใช้ไขเข้าออกได้ คู่ความทั้งสองฝ่ายพอใจและไม่ติดใจในการตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อไปตามรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้อง ฉบับลงวันที่ 21 กันยายน 2549 โดยระบุในคำร้องว่ามีบุคคลภายนอกซึ่งมีที่ดินอยู่ติดกับประตูรั้วเหล็กนำเสาปูนมาปักหน้าประตูรั้วเหล็กทำให้ปากทางจำเป็นคับแคบลงจำเลยทั้งสองไม่สามารถนำรถยนต์เข้าออกได้ เห็นว่า ตามคำร้องที่จำเลยทั้งสองไม่สามารถนำรถยนต์เข้าออกได้ เห็นว่า ตามคำร้องที่จำเลยทั้งสองอ้างมิได้ระบุว่าโจทก์ปฏิบัติผิดสัญญาประนีประนอมยอมความหรือผิดข้อตกลงตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 แต่อย่างใด การที่บุคคลภายนอกนำเสาปูนมาปักหน้าประตูรั้วเหล็กก็เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองจะต้องไปว่ากล่าวเอาแก่บุคคลภายนอกต่อไป เมื่อโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่มีเหตุที่จะออกหมายบังคับคดีได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7232/2552 นางปราณี ปรึกษากร โจทก์ นางวิภา สุภาพวานิช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปราณี ปรึกษากร · จำเลย - นางวิภา สุภาพวานิช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญรอด ตันประเสริฐ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · สนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2660/2536ฎีกา 6789/2541ฎีกา 3996/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 945/2504ฎีกา 1763/2551ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 5094/2565ฎีกา 1591/2495ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 7339/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา