⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10298-10299/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10298-10299/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดฐานทำร้ายร่างกาย ไม่จำเป็นต้องตรงตามวิธีการประทุษร้ายที่ระบุไว้ในฟ้องทุกประการ หากสาระสำคัญคือการใช้กำลังประทุษร้ายจริง

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่าจำเลยทำร้ายโจทก์ที่ 2 โดยการชกต่อย แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำร้ายโจทก์ที่ 2 โดยการเตะ ก็มิใช่เป็นข้อเท็จจริงซึ่งแตกต่างกับข้อเท็จจริงดั่งที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ อันเป็นเหตุให้ศาลต้องยกฟ้อง เพราะเป็นเพียงข้อแตกต่างในวิธีการประทุษร้ายซึ่งสาระสำคัญอยู่ที่ว่าจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายโจทก์ที่ 2 จริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของโจทก์ที่ 2 ในชั้นพิจารณาจึงหาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดั่งที่กล่าวในฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 2 เรียกโจทก์สำนวนที่สองว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่า จำเลย สำนวนแรก โจทก์ที่ 2 ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 297 สำนวนที่สอง โจทก์ที่ 1 ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 295 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องสำนวนแรกแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุก 2 เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่าจำเลยทำร้ายโจทก์ที่ 2 โดยการชกต่อย แต่หากทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำร้ายโจทก์ที่ 2 โดยการเตะ ก็หาเป็นข้อเท็จจริงซึ่งแตกต่างกับข้อเท็จจริงดั่งที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ อันเป็นเหตุให้ศาลต้องยกฟ้อง เพราะเป็นเพียงข้อแตกต่างในวิธีการประทุษร้าย สาระสำคัญอยู่ที่ว่าจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายโจทก์ที่ 2 จริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของโจทก์ที่ 2 ในชั้นพิจารณาจึงหาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดั่งที่กล่าวในฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับ 4,000 บาท อีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10298 - 10299/2553 นายตั๋ง แซ่หมี กับพวก โจทก์ จ่าสิบตำรวจบรรเจิด สุขจินดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายตั๋ง แซ่หมี กับพวก · จำเลย - จ่าสิบตำรวจบรรเจิด สุขจินดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · พินิจ สุเสารัจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตาก - นายฐิตชัย มุ่งสันติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2437/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา