⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10756/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10756/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง ให้ใช้บังคับแก่การอุทธรณ์ทุกประเด็น รวมถึงปัญหาในชั้นบังคับคดีด้วย หากคดีเดิมมีเหตุต้องห้ามอุทธรณ์แล้ว แม้ปัญหาในชั้นบังคับคดีจะไม่มีเหตุต้องห้าม ก็ต้องถือว่าเป็นคดีต้องห้ามอุทธรณ์ตามเหตุเดิม.

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้เป็นคดีต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง ข้อห้ามอุทธรณ์ตามบทบัญญัตินี้ต้องใช้บังคับแก่การอุทธรณ์ทั้งในประเด็นเนื้อหาแห่งคดีตลอดจนปัญหาเรื่องอื่นๆ ที่เป็นสาขาคดี ซึ่งรวมถึงปัญหาในชั้นบังคับคดีด้วย โดยเหตุที่ทำให้ต้องห้ามอุทธรณ์ต้องถือตามเหตุต้องห้ามอุทธรณ์ในคดีตามคำฟ้องและคำให้การที่พิพาทกันแต่เดิมนั้นเป็นลำดับ หากมีเหตุอันต้องห้ามอุทธรณ์ดังกล่าวแล้วแม้ปัญหาในชั้นสาขาคดีในส่วนการบังคับคดีจะไม่มีเหตุต้องห้ามอุทธรณ์ก็ตาม ก็ต้องถือว่าเป็นคดีต้องห้ามอุทธรณ์ตามเหตุต้องห้ามในคดีแต่เดิมดังกล่าว การที่จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จากพยานหลักฐานในสำนวนน่าจะฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยออกจากที่ดินตามฟ้องของโจทก์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2538 ตามกำหนดในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมในคดีนี้แล้ว โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายจึงไม่อาจที่จะบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยได้ อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วมีคำพิพากษามาจึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้คู่ความไม่ได้ฎีกาขึ้นมาเมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรแล้วย่อมยกขึ้นวินิจฉัยแก้ไขให้ถูกต้องเสียได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 246 และ 142 (5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้อง ขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีและการยึดทรัพย์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2542 ให้เพิกถอนหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 7 มีนาคม 2539 และการยึดทรัพย์ของจำเลยตามหมายบังคับคดีดังกล่าว โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 22 ธันวาคม 2542 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องของโจทก์ ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องและไต่สวนคำร้องของโจทก์แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 7 มีนาคม 2539 และการยึดทรัพย์ของจำเลยตามหมายบังคับคดีดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยต่อไปค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นยังมิได้ให้มีการรังวัดสอบเขตที่ดินให้ถูกต้องเสียก่อนเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาและพิพากษา ยกคำสั่งและคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้รังวัดตรวจสอบที่ดินให้ถูกต้องแน่นอนเสียก่อนว่าบริเวณที่ดินส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยยังครอบครองทำประโยชน์เนื้อที่ 80 ตารางวาอยู่ในเขตที่ดินพิพาทหรือไม่ แล้วให้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรีดำเนินการรังวัดที่ดินพิพาทและมีการรังวัดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2549 แล้ว ปรากฏว่า แผนที่ตามที่โจทก์นำชี้เขตและอ้างว่าจำเลยเคยครอบครองทำประโยชน์อยู่ในแนวเขตที่ดินของโจทก์ เนื้อที่ 54 ตารางวา แต่ขณะนั้นจำเลยไม่ได้ครอบครองทำประโยชน์แล้วโจทก์แถลงไม่ติดใจดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยในส่วนการครอบครองที่ดินนี้ คงติดใจบังคับคดีเฉพาะค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยต่อไปค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่ดินตามฟ้องอันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท ซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง และข้อห้ามอุทธรณ์ตามบทบัญญัตินี้ต้องใช้บังคับแก่การอุทธรณ์ทั้งในประเด็นเนื้อหาแห่งคดีตลอดจนปัญหาเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นสาขาของคดี ซึ่งรวมถึงปัญหาในชั้นบังคับคดีด้วย โดยเหตุที่ทำให้ต้องห้ามอุทธรณ์ต้องถือตามเหตุต้องห้ามอุทธรณ์ในคดีตามคำฟ้องและคำให้การที่พิพาทกันแต่เดิมนั้นเป็นสำคัญ ซึ่งหากมีเหตุอันต้องห้ามอุทธรณ์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว แม้ปัญหาในชั้นสาขาคดีในส่วนการบังคับคดีนี้จะไม่มีเหตุต้องห้ามอุทธรณ์ก็ตาม ก็ต้องถือว่าเป็นคดีต้องห้ามอุทธรณ์ตามเหตุต้องห้ามในคดีแต่เดิมดังกล่าวแล้ว และปรากฏว่าในชั้นอุทธรณ์นั้น จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นสรุปได้ว่า จากพยานหลักฐานในสำนวนน่าจะฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยออกจากที่ดินตามฟ้องของโจทก์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2538 ตามกำหนดในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมในคดีนี้แล้ว โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายจึงไม่อาจที่จะบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยได้ อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วมีคำพิพากษามาจึงไม่ชอบและปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้คู่ความไม่ได้ฎีกาขึ้นมา เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรแล้วย่อมยกขึ้นวินิจฉัยแก้ไขให้ถูกต้องเสียได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ประกอบมาตรา 246และ 142 (5) และกรณีเช่นนี้จำเลยย่อมไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาด้วย ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 และยกฎีกาของจำเลย คงให้บังคับไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลย ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10756/2553 นางวราภรณ์ สุขเกษม โจทก์ นางมะระหรือมาลี โคววะนิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวราภรณ์ สุขเกษม · จำเลย - นางมะระหรือมาลี โคววะนิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · ยงยุทธ สุเรนทร์รังสิกุล · ชัยยันต์ ศุขโชติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายจุฬา อินอิว · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายเกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2721/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา