⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11035/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11035/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อสัญญาที่ระบุว่าหากผู้ขายถึงแก่ความตายก่อนการชำระเงินครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ขายได้รับชำระเงินครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ไม่เป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

ข้อความในสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างเจ้ามรดกกับจำเลยทั้งสองระบุว่า จำเลยทั้งสองจะผ่อนชำระค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเดือนละ 4,000 บาท กรณีที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายแต่การชำระเงินยังไม่ครบถ้วนเสร็จสิ้น เจ้ามรดกยอมตกลงว่าจำนวนเงินที่เจ้ามรดกได้รับไปแล้วไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใดให้ถือว่าเจ้ามรดกได้รับครบถ้วนตามสัญญา ข้อความตามข้อสัญญาดังกล่าวไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนอันจะทำให้ข้อสัญญาดังกล่าวตกเป็นโมฆะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 134116 ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมบ้านเลขที่ 174/7 เพิกถอนสัญญาการชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวในสภาพที่เรียบร้อยดังเดิมแก่โจทก์ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครโดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย หากจำเลยทั้งสองไม่ไปโอนกรรมสิทธิ์ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน หากจำเลยทั้งสองไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1,400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 134116 เลขที่ดิน 7935 ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 174/7 (เดิม 107/592) ซึ่งทำวันที่ 19 มิถุนายน 2543 ระหว่างนางกอบกุล กับนางสาวอัญชลี และนางสาวอัจฉรีย์ ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกะปิ หากจำเลยทั้งสองเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาโดยให้ทรัพย์กลับคืนสู่กองมรดกที่โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางกอบกุล ผู้ตาย หากจำเลยทั้งสองไม่อาจเพิกถอนเพื่อคืนสู่กองมรดกได้ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่กองมรดกเป็นเงิน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2544 (วันฟ้องคดี) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ จำเลยทั้งสองในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างเจ้ามรดกกับจำเลยทั้งสองมีผลผูกพันตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่า การโอนดังกล่าวเกิดจากการหลอกลวงของจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงมีภาระในการพิสูจน์ แต่โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ การจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้กระทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน โดยไม่ปรากฏว่าเจ้ามรดกบกพร่องทางจิตอันจะทำให้นิติกรรมไม่สมบูรณ์ เช่นเดียวกับการทำสัญญาการชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่กระทำหลังจากจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแล้ว ทั้งข้อความในสัญญาดังกล่าวกระทำขึ้นตรงกับความเป็นจริงดังจะเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองยอมรับว่าในการทำสัญญาและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ชำระเงินตามที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญาขายที่ดิน แต่จำเลยทั้งสองจะผ่อนชำระให้เป็นรายเดือนเดือนละ 4,000 บาท กรณีที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายแต่การชำระเงินยังไม่ครบถ้วนเสร็จสิ้น เจ้ามรดกยอมตกลงว่าจำนวนเงินที่เจ้ามรดกได้รับไปแล้วไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใดให้ถือเป็นจำนวนเงินที่เจ้ามรดกได้รับไปแล้วครบถ้วนตามสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นการกระทำขึ้นตามความสมัครใจของเจ้ามรดกโดยไม่ปรากฏว่าขณะทำเจ้ามรดกมีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ เมื่อพิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของเจ้ามรดกกับครอบครัวของจำเลยทั้งสองแล้วจะเห็นได้ว่าเมื่อนายละเอียดสามีของเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย บิดามารดาของจำเลยทั้งสองก็เป็นผู้จัดหาทนายความให้ยื่นคำร้องขอให้เป็นผู้จัดการมรดก นอกจากนี้เจ้ามรดกยังมอบรูปถ่ายพร้อมทั้งมีข้อความในทำนองว่ามอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่มารดาของจำเลยทั้งสอง เมื่อเจ้ามรดกมีเจตนาที่จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และได้กระทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินโดยสมัครใจ การกระทำย่อมมีผลสมบูรณ์ เช่นเดียวกับทำสัญญาการชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างก็มีผลบังคับโดยสมบูรณ์เช่นกัน ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11035/2553 นางนวลนิตย์ โชคพงษ์อุดมชัย โจทก์ นางสาวอัญชลี รัตนพาณิชย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนวลนิตย์ โชคพงษ์อุดมชัย · จำเลย - นางสาวอัญชลี รัตนพาณิชย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย วัฒนโยธิน · อภิรัตน์ ลัดพลี · ทวีป ตันสวัสดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุรัชฎ์ เตชัสวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นางสาวประภาพรรณ อุดมจรรยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2186/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2155/2537ฎีกา 1099/2550ฎีกา 2229/2566ฎีกา 5190/2546ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 8810/2543ฎีกา 3803/2565ฎีกา 4238/2539ฎีกา 7200/2540ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 933/2560ฎีกา 9091/2538ฎีกา 963/2539ฎีกา 961/2566ฎีกา 1783/2551ฎีกา 583/2548ฎีกา 3318/2545ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 5236/2542ฎีกา 4823/2548ฎีกา 9072/2547ฎีกา 2277/2543ฎีกา 6607/2560
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา