⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11515/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11515/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มอบอำนาจที่ประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ผู้รับมอบอำนาจนำเอกสารไปใช้ในทางที่เสียหาย จะยกความประมาทของตนขึ้นอ้างปรปักษ์ต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจโดยมิได้กรอกข้อความ กับลงลายมือชื่อรับรองสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน มอบให้แก่ ท. ไปพร้อมกับโฉนดที่ดิน เมื่อ ท. นำเอกสารดังกล่าวไปกรอกข้อความว่าจำเลยมอบอำนาจให้ ท. จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและจดทะเบียนยกให้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ ท. จึงเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลย จำเลยต้องยอมรับความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของตนเอง จำเลยจะยกความประมาทเลินเล่อของตนเองดังกล่าวขึ้นต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่กระทำการโดยสุจริตหาได้ไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 822 ประกอบมาตรา 821 จำเลยมีหน้าที่นำสืบให้เห็นถึงความไม่สุจริตของโจทก์ เพราะโจทก์ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 6 เมื่อจำเลยนำสืบไม่ได้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าโจทก์กระทำการโดยสุจริต การขายฝากที่ดินพิพาทระหว่าง ท. กับโจทก์จึงมีผลสมบูรณ์ เมื่อ ท. ไม่ไถ่ที่ดินคืนภายในกำหนด โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.6 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.822

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 21225 ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 20,000 บาท แก่โจทก์ กับค่าเช่าเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่ดินดังกล่าว จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้อง และเพิกถอนนิติกรรมในที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับนางทองน้อม โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและฟ้องแย้ง แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะฟ้องเข้ามาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองฝ่ายให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การยื่นเรื่องราวขอทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน ได้ความจากคำเบิกความของเจ้าพนักงานที่ดินว่า หากเจ้าของที่ดินไม่ได้มาด้วยตนเอง เอกสารที่จะต้องนำมายื่นประกอบเรื่องราวได้แก่หนังสือมอบอำนาจ โฉนดที่ดินฉบับผู้ถือ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนสมรสถ้ามีคู่สมรส โดยเอกสารสำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เจ้าของบัตรต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาด้วย ซึ่งนางสาวปริศนา หลานสาวจำเลยเบิกความเป็นพยานจำเลยว่า นอกจากโฉนดที่ดิน จำเลยได้มอบสำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยให้แก่นางทองน้อมไปพร้อมกับโฉนดที่ดินด้วย จึงน่าเชื่อว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อรับรองเอกสารดังกล่าวให้แก่นางทองน้อมไปพร้อมกันด้วย การที่จำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจ โดยมิได้กรอกข้อความ มอบโฉนดที่ดิน กับสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่มีการรับรองสำเนาให้แก่นางทองน้อม เมื่อนางทองน้อมนำเอกสารดังกล่าวไปกรอกข้อความว่าจำเลยมอบอำนาจให้นางทองน้อมจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและจดทะเบียนยกให้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่นางทองน้อม จึงเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลย จำเลยจึงต้องยอมรับความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของตนเอง จำเลยจะยกความประมาทเลินเล่อของตนเองดังกล่าวขึ้นต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่กระทำการโดยสุจริตหาได้ไม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 822 ประกอบมาตรา 821 ซึ่งจำเลยมีหน้าที่นำสืบให้เห็นถึงความไม่สุจริตของโจทก์ดังกล่าว เพราะโจทก์ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 ที่บัญญัติว่า ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต แต่จำเลยมิได้นำสืบให้เห็นว่าโจทก์ไม่สุจริตอย่างไร นางทองน้อมพยานจำเลยที่เบิกความในทำนองว่าถูกนางบัวริม หลอกลวงนั้น ก็ไม่ได้เบิกความยืนยันว่าโจทก์ร่วมกับนางบัวริมหลอกลวงนางทองน้อมด้วย ข้อความตามจดหมายที่นางทองน้อมเขียนถึงจำเลย ไม่มีข้อความตอนใดที่ระบุว่านางทองน้อมถูกโจทก์หลอกลวงแต่อย่างใด นางทองน้อมเบิกความด้วยว่าในวันจดทะเบียนเห็นโจทก์ส่งมอบเงินสดให้แก่นางบัวริม โดยเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ความจริงโจทก์มอบเงินค่าขายฝากให้แก่ตนเอง แต่นางบัวริมขอเอาเงินไปก่อนเพื่อใช้หนี้รายอื่น ซึ่งเจือสมกับที่โจทก์เบิกความว่า โจทก์ได้มอบเงินค่าขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่นางทองน้อมเป็นเงิน 550,000 บาท และการที่นางทองน้อม เบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ในครั้งแรกที่ไม่สามารถทำสัญญาขายฝากได้ โจทก์บอกให้นางบัวริมไปนำตัวจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมาทำสัญญาขายฝาก มิฉะนั้นจะไม่ทำสัญญา แต่นางบัวริมบอกว่าพี่สาวป่วยอยู่กรุงเทพมหานคร มาไม่ได้ คำเบิกความของนางทองน้อมดังกล่าวเจือสมกับคำเบิกความของโจทก์ที่ว่า เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินบอกว่าทำสัญญาขายฝากเจ้าของที่ดินจะต้องมาด้วยตนเอง โจทก์จึงบอกให้นางทองน้อมไปตามเจ้าของที่ดินมา เป็นการแสดงให้เห็นว่าเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินไม่ทำนิติกรรมตามหนังสือมอบอำนาจให้ โจทก์ได้แสดงความสุจริตโดยการแสดงเจตนาให้พาจำเลยมาทำนิติกรรมด้วยตนเอง โดยโจทก์ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการปลอมหนังสือมอบอำนาจ และการที่จำเลยไม่ได้มาทำนิติกรรมด้วยตนเองแต่โจทก์ยังยินยอมทำนิติกรรมขายฝากนั้นก็เป็นเพราะหลงเชื่อว่าจำเลยป่วยจริง ตามข้อความที่เขียนรับรองด้านหลังในหนังสือมอบอำนาจที่ระบุว่านายแพทย์ศักดิ์ชัย ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ขอรับรองว่าจำเลยป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าโจทก์กระทำการโดยสุจริต การขายฝากที่ดินพิพาทระหว่างนางทองน้อมกับโจทก์จึงมีผลสมบูรณ์ เมื่อนางทองน้อมไม่ไถ่ที่ดินคืนภายในกำหนด โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 21225 ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 20,000 บาท กับต่อไปอีกเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันที่ 8 มกราคม 2546 ซึ่งเป็นวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11515/2553 นายสมชาติ หรรษาวงศ์ โจทก์ นางสาวพุ่ม ชายฉิมพลี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมชาติ หรรษาวงศ์ · จำเลย - นางสาวพุ่ม ชายฉิมพลี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุริยง ลิ้มสถิรานันท์ · สนอง เล่าศรีวรกต · ประทีป ดุลพินิจธรรมา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวุฒิ เอกกิตติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายตั้งใจ ศาสตร์ศศิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2528/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8810/2543ฎีกา 6567/2544ฎีกา 3489/2536ฎีกา 597/2534ฎีกา 2763/2536ฎีกา 1117/2527ฎีกา 694/2531ฎีกา 2159/2542ฎีกา 397/2554ฎีกา 1384/2518ฎีกา 449/2519ฎีกา 6542/2552ฎีกา 442/2496ฎีกา 7954/2538ฎีกา 7848/2553ฎีกา 4879/2533ฎีกา 6164/2533ฎีกา 1122/2519ฎีกา 3394/2536ฎีกา 4594/2549ฎีกา 1630/2509ฎีกา 3023/2537ฎีกา 1121/2533ฎีกา 4007/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา