คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12454/2553
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การยื่นฟ้องคดีใหม่ก่อนครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อน ไม่ถือเป็นฟ้องซ้อน หากคดีก่อนยังไม่ได้มีการยื่นฎีกา
* คำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันมิอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตรา 200 บาท
ย่อคำพิพากษา
คดีก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลแขวงพระนครใต้และยกคำสั่งศาลแขวงพระนครใต้ที่ให้รับคำฟ้องของโจทก์ แม้โจทก์จะยื่นฟ้องคดีนี้ขณะคดีก่อนยังอยู่ในกำหนดระยะเวลาฎีกา แต่เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ฎีกา ถือไม่ได้ว่าคดีก่อนอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จึงไม่ต้องห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องคดีนี้ก่อนครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อน ไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องรอให้ครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อนจึงจะฟ้องคดีนี้ได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้อน
เมื่อผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และศาลฎีกามีเพียงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่เท่านั้น อุทธรณ์ของโจทก์และฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันมิอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้มูลหนี้บัตรเครดิตซิตี้แบงก์วีซ่า 204,061.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 110,170.77 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามบัตรเครดิตซิตี้แบงก์มาสเตอร์การ์ด 126,857.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 69,732.02 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์สามในสี่ส่วน ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นให้เป็นพับ
โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการแรก ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อนหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 เมื่อศาลได้รับคำฟ้องแล้ว (1) ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น คดีหมายเลขแดงที่ 2805/2545 ของศาลแขวงพระนครใต้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลแขวงพระนครใต้และยกคำสั่งศาลแขวงพระนครใต้ที่ให้รับคำฟ้องของโจทก์ แม้โจทก์จะยื่นฟ้องคดีนี้ขณะคดีก่อนยังอยู่ในกำหนดระยะเวลาฎีกา แต่เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ฎีกา ถือไม่ได้ว่าคดีก่อนอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จึงไม่ต้องห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องคดีนี้ตามบทบัญญัติดังกล่าวก่อนครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อน ไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องรอให้ครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อนจึงจะฟ้องคดีนี้ได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้อน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสองประการอื่นต่อไป อนึ่ง เมื่อผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และศาลฎีกามีเพียงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่เท่านั้น อุทธรณ์ของโจทก์และฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันมิอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกินแก่โจทก์และจำเลยทั้งสอง
พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์และชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสองเฉพาะส่วนที่เกิน 200 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12454/2553
ธนาคารซิตี้แบงก์ โจทก์
นายเชาวน์ เทวอักษร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารซิตี้แบงก์ · จำเลย - นายเชาวน์ เทวอักษร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ · สุรศักดิ์ สุวรรณประกร · สุรพันธุ์ ละอองมณี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสาวสุนทรี อัจฉริยพฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางกฤษณี เยพิทักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.2269/2550 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา