คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2179/2553
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งได้จ่ายเงินไปเพื่อช่วยเหลือหรือป้องกันความเสียหายแก่ทรัพย์สินของอีกบุคคลหนึ่ง โดยที่บุคคลนั้นมิได้มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องกระทำการดังกล่าว ย่อมมีสิทธิเรียกให้บุคคลผู้ได้รับประโยชน์นั้นชำระคืนค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์จ่ายเงินไปจนถึงวันฟ้อง รวมเป็นเงิน 219,949.30 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวน 217,233.88 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 217,233.88 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2545 เป็นต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์จ่ายเงินไปจนถึงวันฟ้อง รวมเป็นเงิน 219,949.30 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวน 217,233.88 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 217,233.88 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่เฉพาะดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 มีนาคม 2546) ต้องไม่เกิน 2,715.42 บาท กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่าที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดเนื่องจากมูลหนี้ในการรับขนของทางทะเล ตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ซึ่งถือเป็นกฎหมายพิเศษ และได้บัญญัติเรื่องตัวแทนผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นซึ่งมิต้องรับผิดไว้ในมาตรา 3 การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนำเรื่องตัวแทนทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไปมาใช้บังคับให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดจึงไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 3 ซึ่งนิยามความหมายของคำว่า "ผู้ขนส่งอื่น" ไว้ และมีข้อความเพิ่มเติมว่า "แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายตามประเพณีในธุรกิจการรับขนของทางทะเล ให้เป็นตัวแทนผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นในการดำเนินงานอันเกี่ยวกับธุรกิจเนื่องจากการรับของทางทะเล เช่น พิธีการเข้าเมือง พิธีการศุลกากรการนำร่อง การเข้าท่า การออกจากท่า การบรรทุกของลงเรือ การขนถ่ายของขึ้นจากเรือ หรือการส่งมอบของแก่ผู้รับตราส่ง เป็นต้น" อันเป็นนิยามความหมายที่ไม่ถือว่าบุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนผู้ขนส่งหรือขนส่งอื่นในการดำเนินงานอันเกี่ยวกับธุรกิจเนื่องจากการรับขนของทางทะเลในลักษณะดังกล่าว เป็นผู้ขนส่งอื่นด้วยเท่านั้น หาได้มีบทบัญญัติยกเว้นหรือเกี่ยวกับความรับผิดของตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศแต่อย่างใดไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ กรณีจึงชอบที่จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ซึ่งบัญญัติถึงกรณีดังกล่าวมาใช้บังคับได้ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความในชั้นนี้ 5,000 บาท แทนโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2179/2553
บริษัทเอซ อินชัวรันซ์ จำกัด โจทก์
บริษัทแบ๊กซ์ โกลบัล (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเอซ อินชัวรันซ์ จำกัด · จำเลย - บริษัทแบ๊กซ์ โกลบัล (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช · พลรัตน์ ประทุมทาน · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายวราคมน์ เลี้ยงพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา