⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 678/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* บุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่คู่สัญญา ไม่มีอำนาจฟ้องให้บังคับตามสัญญา. * ตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการที่อยู่ต่างประเทศ อาจถูกฟ้องให้รับผิดลำพังตัวเองได้. * เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ แม้สัญญาจะไม่ได้กำหนดเรื่องดอกเบี้ยไว้ ก็ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี.

ย่อคำพิพากษา

คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฟ้องบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่คู่สัญญาฐานผิดสัญญา และขอให้บังคับตามสัญญานั้น เป็นฟ้องที่โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นเองเพื่อยกฟ้องโจทก์ได้ ตัวแทนซึ่งทำสัญญาแทนตัวการที่อยู่ต่างประเทศ อาจถูกฟ้องให้รับผิดลำพังตัวเองได้ แม้ในสัญญาจะไม่ได้กำหนดว่าเมื่อผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้เสียดอกเบี้ยก็ตาม เมื่อลูกหนี้ในสัญญานั้นผิดนัด ก็จะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.824

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากับโจทก์ในฐานะเป็นตัวแทนของตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศ สัญญามีข้อความว่า เจ้าของที่ฝ่ายใดสร้างตึกแถวก่อน ต้องยอมให้เจ้าของข้างเคียงใช้ฝาผนังร่วมโดยยอมเสียค่าฝาให้ครึ่งหนึ่ง จำเลยที่ ๒ เป็นผู้อาศัยในที่ดินที่จำเลยที่ ๑ ดูแลแทนเจ้าของ จำเลยที่ ๑ ใช้ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ฝาผนังของโจทก์แล้วไม่ชำระเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามสัญญา และเรียกดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ร่วมกันในศาลชั้นต้นว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ เพราะจำเลยที่ ๑ เป็นเพียงตัวแทน โจทก์เรียกดอกเบี้ยไม่ได้ เพราะสัญญาไม่ได้ระบุให้ดอกเบี้ยกัน ฯลฯ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ชนะบางส่วน จำเลยฎีกาแต่ฝ่ายเดียวว่า โจทก์ที่ ๒ ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะจำเลยที่ ๑ เป็นเพียงตัวแทนทำสัญญา และจำเลยที่ ๒ ไม่ใช่คู่สัญญากับโจทก์ และจำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย เพราะฟ้องตามสัญญา และความรับผิดตามสัญญานั้นยังเป็นปัญหาโต้เถียงกันอยู่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของตัวการที่อยู่ต่างประเทศ ฉะนั้น โจทก์ที่ ๒ มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ได้ ส่วนที่โจทก์ที่ ๒ ฟ้องจำเลยที่ ๒ ฐานผิดสัญญานั้น จำเลยที่ ๒ เป็นบุคคลนอกสัญญา โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะไม่ได้ยกต่อสู้ในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาก็ยกขึ้นเองได้ตามสัญญา จำเลยที่ ๑ ต้องใช้เงินค่าใช้ฝาให้โจทก์ โจทก์ทวงถามให้จำเลยที่ ๑ ชำระแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ได้ชื่อว่าผิดนัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๐๔ และต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔ พิพากษาแก้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2509 นายอุ้ยจูเซี่ยง แซ่อุ้ย ที่ 1 นางหุ้ยเพ็ก แซ่กัง ที่ 2 โจทก์ นายฮาวีเทา แซ่ฮา ที่ 1 นายยันจ้าว แซ่เลี้ยว ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุ้ยจูเซี่ยง แซ่อุ้ย ที่ 1 นางหุ้ยเพ็ก แซ่กัง ที่ 2 · จำเลย - นายฮาวีเทา แซ่ฮา ที่ 1 นายยันจ้าว แซ่เลี้ยว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชิต บุณยประภัศร · โพยม เลขยานนท์ · บุศย์ ขันธวิทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายธรรมนิตย์ วิชญเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ พันธุฟัก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 75/2481ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 462/2507ฎีกา 1302/2535ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา