คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2349/2553
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของคนก่อนที่ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่บุคคลภายนอก และมิได้เป็นผู้รับโอนสิทธิในที่ดินพิพาทต่อจากบุคคลภายนอกนั้น ย่อมมีสิทธิฟ้องเพื่อพิสูจน์ว่าตนมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยได้ แม้จำเลยจะเป็นจำเลยคนเดียวกับคดีก่อนและที่ดินพิพาทเป็นแปลงเดียวกันก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
แม้จำเลยทั้งสองในคดีนี้เป็นจำเลยคนเดียวกับจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 291/2529 ของศาลชั้นต้น ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน และประเด็นพิพาทเป็นประเด็นเดียวกันก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ไม่ใช่ผู้รับโอนสิทธิในที่ดินพิพาทมาจาก ส. โจทก์ในคดีก่อน แต่เป็นการฟ้องในฐานะเจ้าของคนก่อนซึ่งได้ขายที่พิพาทให้แก่ ส. กรณีจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ในคดีนี้เป็นผู้สืบสิทธิในที่พิพาทต่อจาก ส. โจทก์ในคดีก่อน โจทก์จึงเป็นบุคคลภายนอกที่มิใช่คู่ความเดียวกันกับคดีก่อน มีสิทธิฟ้องเพื่อพิสูจน์ว่าโจทก์มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลยทั้งสองได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองไปเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 323 ตำบลบรบือ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม และพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาทส่วนที่เป็นสีแดงตามรูปแผนที่ท้ายฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นบุคคลภายนอกมิได้เป็นคู่ความในคดีที่นายสงวนเคยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นจำเลย คำพิพากษาในคดีดังกล่าวจึงไม่ผูกพันโจทก์ ประกอบกับการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่พิพาทของจำเลยที่ 2 เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์ในฐานะบุคคลภายนอกย่อมมีสิทธินำสืบโต้แย้งเป็นอย่างอื่นได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ เห็นว่า แม้จำเลยทั้งสองในคดีนี้เป็นจำเลยคนเดียวกันกับจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 291/2529 ของศาลชั้นต้น ที่ดินที่พิพาทเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน และประเด็นพิพาทเป็นประเด็นเดียวกันก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ไม่ใช่ผู้รับโอนสิทธิในที่พิพาทมาจากนายสงวนโจทก์ในคดีก่อน แต่เป็นการฟ้องในฐานะเจ้าของคนก่อนซึ่งได้ขายที่พิพาทให้แก่นายสงวน กรณีจึงถือไม่ได้ว่า โจทก์ในคดีนี้เป็นผู้สืบสิทธิในที่พิพาทต่อจากนายสงวนโจทก์ในคดีก่อน โจทก์จึงเป็นบุคคลภายนอกที่มิใช่คู่ความเดียวกันกับคดีก่อน มีสิทธิฟ้องเพื่อพิสูจน์ว่าโจทก์มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลยทั้งสองได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น...
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2349/2553
นายอารมย์ จูวัฒนสำราญ โจทก์
สุขาภิบาลอำเภอบรบือ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอารมย์ จูวัฒนสำราญ · จำเลย - สุขาภิบาลอำเภอบรบือ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนตรี ยอดปัญญา · วีระพล ตั้งสุวรรณ · อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายสังคม เมฆอรุณลักษณ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายณรงค์ ธนะปกรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1190/2548 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา