⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3726/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3726/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีมีสิทธิร้องสอดเข้ามาในคดีได้ หากการวินิจฉัยชี้ขาดคดีนั้นจะมีผลกระทบต่อสิทธิของตน.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินกับจำเลยซึ่งตกเป็นภาระจำยอมและถูกบังคับคดีในคดีนี้ เมื่อการบังคับคดีมีปัญหาอันเนื่องจากโจทก์และจำเลยแปลความคำพิพากษาแตกต่างกัน จำเลยและผู้ร้องเห็นว่าการบังคับคดีไม่ถูกต้องตามคำพิพากษา ทำให้จำเลยและผู้ร้องเสียหายผู้ร้องย่อมใช้สิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันทำทางพิพาทตามแนวเส้นสีน้ำตาลตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.19 เฉพาะส่วนที่อยู่ในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 33998 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ให้เป็นตามรูปแผนที่ดังกล่าว โดยให้ทางพิพาทมีความกว้าง 2.50 เมตร ตลอดแนวทาง ระหว่างบังคับคดี จำเลยที่ 1 และผู้ร้องยื่นคำร้องลงวันที่ 2 มีนาคม 2548 ว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยปักเสาไม้เป็นแนวเขตทางพิพาทนอกเส้นเขตเส้นสีน้ำตาลตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.19 เข้ามาในแนวเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 มีความกว้าง 2.50 เมตร ซึ่งมิได้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ด้วยเหตุผลทางพิพาทตามแนวเส้นสีน้ำตาลมิได้อยู่ในแนวเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ทั้งหมด การปักหลักเขตดังกล่าวจึงเป็นการย้ายทางพิพาทล้ำเข้ามาในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ขอให้ดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันทำทางพิพาทตามแนวเส้นสีน้ำตาลตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.19 เฉพาะส่วนที่อยู่ในแนวเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ให้เป็นไปตามรูปแผนที่ดังกล่าว โดยให้ทางพิพาทมีความกว้าง 2.50 เมตร ตลอดแนวทางนั้นหมายถึงแนวเส้นสีน้ำตาลด้านล่างซึ่งอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยวัดจากแนวเส้นสีน้ำตาลด้านล่างให้ได้ความกว้าง 2.50 เมตร ตลอดแนวทาง ให้โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการรังวัดโดยยึดถือแนวเส้นสีน้ำตาลด้านล่างเป็นหลัก จำเลยที่ 1 และผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นเฉพาะในส่วนที่สั่งรับคำร้องของผู้ร้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยข้อแรกตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านในคดีนี้หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินโฉนดที่ 33998 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการบังคับคดีและคำสั่งของศาลชั้นต้น ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีนี้ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินซึ่งตกเป็นภาระจำยอมและถูกบังคับคดีในคดีนี้ เมื่อการบังคับคดีมีปัญหาอันเนื่องจากโจทก์และจำเลยแปลความคำพิพากษาแตกต่างกัน จำเลยและผู้ร้องเห็นว่าการบังคับคดีไม่ถูกต้องตามคำพิพากษา ทำให้จำเลยและผู้ร้องเสียหาย ผู้ร้องย่อมใช้สิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น ปัญหาวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และผู้ร้องว่าการบังคับคดีชอบด้วยคำพิพากษาศาลฎีกาหรือไม่ จำเลยที่ 1 และผู้ร้องฎีกาว่า ทางพิพาทอยู่ในระหว่างแนวเส้นสีน้ำตาลเส้นบนและเส้นล่าง ตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.19 มิใช่นับจากเส้นสีน้ำตาลเป็นหลักเข้ามาในที่ดินของจำเลยที่ 1 เห็นว่า ตามคำพิพากษาศาลฎีการะบุว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันทำทางพิพาทตามแนวเส้นสีน้ำตาลตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.19 เฉพาะส่วนที่อยู่ในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ให้เป็นไปตามรูปแผนที่ดังกล่าว โดยให้ทางพิพาทมีความกว้าง 2.50 เมตร ตลอดแนวทาง ด้วยผลของคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว ทางพิพาทต้องอยู่ตามแนวเส้นสีน้ำตาลมีความกว้างตลอดแนวทาง 2.50 เมตร และอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดถือเส้นสีดำอันเป็นเส้นอาณาเขตที่ดินด้านทิศเหนือของจำเลยที่ 1 เป็นหลักวัดให้ได้ความกว้าง 2.50 เมตร ลงมาตลอดแนวทางเส้นสีน้ำตาลในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.19 จึงถูกต้องตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทมีความกว้าง 2.50 เมตร ตลอดเส้นแนวทางนั้น หมายถึงแนวเส้นสีน้ำตาลด้านล่างซึ่งอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยวัดจากแนวเส้นสีน้ำตาลด้านล่างให้ได้ความกว้าง 2.50 เมตร ตลอดแนวทาง ให้โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการรังวัดโดยยึดถือแนวเส้นสีน้ำตาลด้านล่างเป็นหลัก และศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นเฉพาะในส่วนที่สั่งรับคำร้องของผู้ร้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า หากวัดจากแนวเส้นสีน้ำตาลด้านล่างลงมาทางทิศใต้ให้ได้ความกว้าง 2.50 เมตร ตลอดแนวทางไม่ถูกต้องตามคำพิพากษาศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 1 และผู้ร้องฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีให้บังคับคดีโดยวัดจากเส้นสีดำ (เส้นอาณาเขตที่ดินด้านทิศเหนือของจำเลยที่ 1) เป็นหลักลงมาความกว้าง 2.50 เมตร ในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ตลอดแนวทางตามแนวเส้นสีน้ำตาลตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.19 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลเป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3726/2553 นางประเทือง สมานสิทธิดิลกหรือสุพรรณโรจน์ กับพวก โจทก์ นางศาธร รามดี ผู้ร้อง นางสาวพจนีย์ สกุณี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประเทือง สมานสิทธิดิลกหรือสุพรรณโรจน์ กับพวก · ผู้ร้อง - นางศาธร รามดี · จำเลย - นางสาวพจนีย์ สกุณี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · สิทธิชัย พรหมศร · จักร อุตตโม
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา