⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4481/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4481/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุพการีโดยไม่มีค่าตอบแทน แม้จะทำภายใน 5 ปีนับแต่ได้มาและเข้าข่ายเป็นการขายตามกฎหมายภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่หากมิใช่เป็นการขายเพื่อการค้าหรือหากำไร ผู้โอนก็ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

การวินิจฉัยปัญหาว่าโจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์คัดค้านการประเมินหรือเพียงแต่อุทธรณ์เนื้อหาของหนังสือตอบข้อหารือของโจทก์ทั้งสี่ ศาลจะต้องรับฟังเจตนาและพฤติการณ์ของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยว่า ยอมรับคำอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่เป็นการอุทธรณ์การประเมินที่ถูกต้องแล้วหรือไม่เพื่อประกอบการตีความเนื้อหาของเอกสารดังกล่าว อุทธรณ์ข้อนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริงนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงถือว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง แม้จำเลยจะให้การไว้ แต่เมื่อศาลภาษีอากรกลางชี้สองสถาน โดยไม่กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทและจำเลยไม่คัดค้านใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลภาษีอากรกลางชี้สองสถาน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 183 วรรคสาม ถือว่าสละประเด็นดังกล่าว ทั้งศาลภาษีไม่ได้วินิจฉัย ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาโดยชอบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ มาตรา 29 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่รับวินิจฉัย การโอนที่ดินให้บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทน แม้ทำภายใน 5 ปี นับแต่ได้มาถือเป็นการขายก็ตาม แต่ไม่ใช่เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร โจทก์ทั้งสี่จึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามการประเมิน และแม้จากการตรวจสอบจะพบว่าโจทก์ที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 เคยชำระภาษีธุรกิจเฉพาะนั้น ก็ไม่เป็นเหตุให้การโอนที่ดินดังกล่าวเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลรัษฎากร ม.29 ประมวลรัษฎากร ม.30 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.29

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ เงินเพิ่ม เบี้ยปรับและภาษีส่วนท้องถิ่น เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และงดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ให้จำเลยคืนเงินภาษีที่โจทก์ทั้งสี่ได้ชำระไปแล้วทั้งหมดคืนพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ. 73.1) เลขที่ 01003140-25461204-006-00357 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2546 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ สภ.1 (อธ.2)/204/2547 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2547 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า โจทก์ทั้งสี่ไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินว่าชอบหรือไม่ชอบ เพราะเหตุใดตามมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร แต่เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งในเนื้อหาของหนังสือหารือของโจทก์ทั้งสี่ และหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากร จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว ศาลจะต้องรับฟังเจตนาและพฤติการณ์ของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยว่า ยอมรับคำอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ เป็นการอุทธรณ์การประเมินที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ เพื่อประกอบการตีความเนื้อหาของเอกสารดังกล่าวอุทธรณ์ข้อนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริงนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายจึงถือว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ดังนั้นแม้จำเลยจะให้การต่อสู้ในประเด็นดังกล่าวไว้ แต่เมื่อศาลภาษีอากรกลางชี้สองสถาน โดยไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาท ตามที่จำเลยให้การดังกล่าว จำเลยก็ไม่คัดค้านภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลภาษีอากรกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 วรรคสาม ดังนี้ ถือว่าจำเลยสละประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวแล้ว ทั้งศาลภาษีอากรกลางไม่ได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวในคำพิพากษา ข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยกล่าวในคำอุทธรณ์ดังกล่าวจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 29 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่รับวินิจฉัย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การโอนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ทั้งสี่ให้บิดาเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไรซึ่งต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ปลูกสร้างทาวน์เฮ้าส์ 4 คูหา บนที่ดินของบิดาโจทก์ ต่อมาจดทะเบียนยกทาวน์เฮ้าส์ดังกล่าวให้แก่บิดานั้น แม้จะถือว่าเป็นการขายตามมาตรา 91/1 (4) แห่งประมวลรัษฎากรที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ที่โจทก์ทั้งสี่โอนกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้โดยเสน่หาแก่ผู้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ทั้งสี่ และเป็นการโอนโดยไม่มีค่าตอบแทน มิใช่เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร โจทก์ทั้งสี่จึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามการประเมิน การตรวจสอบพบว่าโจทก์ที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 เคยชำระภาษีธุรกิจเฉพาะนั้นไม่เป็นเหตุให้การโอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่บิดาของโจทก์ทั้งสี่เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4481/2553 นางสาวอภิสรา แนวจันทร์ กับพวก โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวอภิสรา แนวจันทร์ กับพวก · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันวะสา บัวทอง · องอาจ โรจนสุพจน์ · วีระศักดิ์ นิศามณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายประเสริฐ โหล่วประดิษฐ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำภษ.12/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5607/2550ฎีกา 13107/2556ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 2439/2531ฎีกา 367/2568ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3136/2524ฎีกา 2227/2534ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 350/2531ฎีกา 6039/2537ฎีกา 3137/2523ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 1028/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา