⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4745/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4745/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ยังอยู่ในระหว่างการรอการลงโทษจำคุกในคดีก่อน และยังไม่พ้นกำหนด 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษตามคำพิพากษา ถือว่ายังไม่ได้รับโทษจำคุกตามกฎหมาย จึงไม่ได้รับประโยชน์ในการล้างมลทินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสามารถนำโทษจำคุกที่รอไว้มาบวกกับโทษจำคุกในคดีใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกระทำผิดคดีนี้ภายในเวลาที่รอการลงโทษจำคุกในคดีก่อน และยังไม่พ้นกำหนด 5 ปี นับแต่พ้นโทษ ถือว่าจำเลยยังไม่ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา จึงไม่ใช่ผู้ต้องโทษตามความหมายมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 ย่อมไม่ได้รับผลประโยชน์ในการล้างมลทิน จึงนำโทษจำคุกที่รอไว้มาบวกโทษจำคุกคดีนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.58 พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 28, 31, 61, 70, 73, 75, 76, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 83, 91, 92, 287 ให้แผ่นดีวีดีและวีซีดีภาพยนตร์ แผ่นดีวีดีและวีซีดีเพลงกับแผ่นซีดีรอมเพลงประเภทเอ็มพี 3 ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 14,151 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์สั่งจ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายทั้งยี่สิบเอ็ดซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ลามก จำนวน 4 แผ่น ปกวีซีดีภาพยนตร์จำนวน 5,000 แผ่น ปกวีซีดีลามก จำนวน 29 แผ่น เพิ่มโทษกับบวกโทษจำเลยที่ 1 และระวางโทษจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 เป็นสองเท่าตามกฎหมาย จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาที่โจทก์ขอให้ระวางโทษเป็นสองเท่าและบวกโทษ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 (1) การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 เดือน ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ลงโทษปรับจำเลยทั้งสี่คนละ 2,000 บาท จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 เดือน 15 วัน และปรับ 1,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 คนละ 3 เดือน และปรับคนละ 1,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้แผ่นดีวีดีและซีดี (ที่ถูก ดีวีดี วีซีดี และซีดีรอม) ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 14,151 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และส่วนที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและบวกโทษจำเลยที่ 1 นั้น เห็นว่า ศาลได้ลงโทษจำเลยที่ 1 จากระวางโทษที่เพิ่มเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้แล้วตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 73 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้วจึงไม่เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก ให้ยกคำขอนี้ริบวีซีดีลามก ปกวีซีดีลามกและแผ่นปกวีซีดีที่ละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 5,000 แผ่นของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 กลับมากระทำความผิดในคดีนี้อันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ และเป็นการกระทำความผิดภายในเวลาที่ศาลรอการลงโทษจำคุกไว้ในคดีก่อนและยังไม่พ้นกำหนด 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษในคดีดังกล่าวกรณีของจำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ผู้ต้องโทษตามความหมายของมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 เมื่อจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าในคดีนี้ภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษจำคุกไว้ในคดีก่อนศาลจึงนำโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ซึ่งรอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง และมาตรา 73 กับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 (1) ประกอบมาตรา 83 ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 (1) ประกอบมาตรา 83 ให้บวกโทษจำคุก 6 เดือน ของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.6375/2549 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้เป็นจำคุก 9 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นของจำเลยที่ 1 แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 เดือน และปรับจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1,000 บาท จำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 73 ความผิดฐานร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ให้จำคุกคนละ 3 เดือน เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกคนละ 1 เดือน 15 วัน เมื่อรวมกันโทษฐานอื่นแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 3 และที่ 4 คนละ 1 เดือน 15 วัน และปรับคนละ 1,000 บาท ส่วนโทษสำหรับจำเลยที่ 2 และนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4745/2553 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายวิสาขะ สุนทรหงส์หรือสุนทรหงษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายวิสาขะ สุนทรหงส์หรือสุนทรหงษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อร่าม เสนามนตรี · อร่าม แย้มสอาด · ไมตรี ศรีอรุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายกุลธร วิไลรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำทก.(อ)32/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4746/2553ฎีกา 40/2546ฎีกา 1142/2565ฎีกา 8944/2544ฎีกา 6043/2540ฎีกา 124/2547ฎีกา 7878/2538ฎีกา 52/2471ฎีกา 4268/2552ฎีกา 5054/2549ฎีกา 6810/2539ฎีกา 12696/2553ฎีกา 2023/2541ฎีกา 7366/2552ฎีกา 3030/2553ฎีกา 2994/2540ฎีกา 9575/2544ฎีกา 764/2508ฎีกา 4068/2556ฎีกา 7790/2552ฎีกา 6712/2547ฎีกา 15002/2551ฎีกา 1199/2509ฎีกา 7619/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา