⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4857/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4857/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การก่อสร้างสาธารณูปโภคเพื่อประโยชน์ของเอกชนโดยตรง แม้จะคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนใช้ประโยชน์ในภายหลัง ก็ไม่ถือเป็นสาธารณประโยชน์โดยแท้จริง และอาจเป็นการละเมิดต่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความเสียหายเกินกว่าปกติได้

ย่อคำพิพากษา

การก่อสร้างสะพานลอยพิพาทริเริ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมโดยตรงเพราะในขณะนั้นมิได้เป็นจุดที่มีประชาชนเดินข้ามถนนเป็นจำนวนมากแต่อย่างใด ลำพังการคาดการณ์ว่าเมื่อสร้างสะพานลอยพิพาทแล้วย่อมต้องมีประชาชนใช้ประโยชน์เป็นจำนวนยังไม่พอฟังว่าการสร้างสะพานลอยพิพาทเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์โดยแท้จริง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันกำหนดจุดก่อสร้างสะพานลอยพิพาทเพื่อประโยชนในทางธุรกิจการค้าของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมอันเป็นการใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควร อันเป็นละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1337

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสะพานลอยข้ามถนนดังกล่าวออกไปด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสอง และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อสะพานลอยออกไป จำเลยที่ 1 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ จำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่ความตาย นางกิมเฮียงทายาทและผู้จัดการมรดกของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และต่อมานางกิมเฮียงถึงแก่ความตาย นางสาวนฤมลทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 300,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 1 รับผิดเพียง 1 ใน 4 ส่วน กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน แต่ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมใช้ค่าทนายความชั้นศาลชั้นต้น 3,000 บาท แทนโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่เรียกเก็บเกินมาให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วม ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์บนที่ดินโฉนดเลขที่ 29350 ตำบลในเมืองนครราชสีมา (หนองจะบก) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา อยู่ริมถนนมิตรภาพหรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ตอนสระบุรี - นครราชสีมา ซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมเป็นเจ้าของอาคารหลายหลังรวมทั้งอาคารห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ที่เรียกว่าราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ริมถนนมิตรภาพฝั่งตรงข้ามอาคารพาณิชย์ของโจทก์ เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2543 จำเลยร่วมขออนุญาตจากจำเลยที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามถนนมิตรภาพระหว่างอาคารพาณิชย์ของโจทก์กับอาคารห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วม จำเลยที่ 1 อนุญาต จำเลยร่วมก่อสร้างสะพานลอยพิพาทซึ่งมีเสาจำนวน 5 ต้น ตั้งบนทางเท้าตรงกับหน้าอาคารพาณิชย์ของโจทก์ ห่างประมาณ 3 เมตร เสาต้นกลางกว้าง 1.20 เมตร และหนา 50 เซนติเมตร อีกสี่ต้นที่ล้อมรอบมีขนาด 50 x 50 เซนติเมตร มีฐานสูงประมาณ 25 เซนติเมตร รวมกับตัวสะพานลอยสูงประมาณ 6 เมตร ตัวสะพานลอยกว้าง 3 เมตร ตามแบบก่อสร้าง และภาพถ่ายส่วนฝั่งตรงข้ามมีการเชื่อมทางเดินจากสะพานลอยดังกล่าวเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมว่า การสร้างสะพานลอยพิพาทเป็นการใช้สิทธิอันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควรเป็นละเมิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาศาลล่างหรือไม่ ที่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกาในทำนองเดียวกันว่า จำเลยร่วมก่อสร้างสะพานลอยพิพาทตามแบบมาตรฐานของจำเลยที่ 1 แล้ว เพียงแต่ตกแต่งให้สวยงาม มิได้มีขนาดใหญ่จนปิดบังแสงแดดและลมผ่านเข้าสู่อาคารของโจทก์ ทั้งอยู่ในจุดที่เหมาะสมและเพื่อประโยชน์ของสาธารณชนนั้น ในเรื่องสภาพของสะพานลอยพิพาท ข้อเท็จจริงจากนายบัณฑิตพยานจำเลยที่ 1 เบิกความเจือสมพยานโจทก์ว่า สะพานลอยพิพาทมีขนาดใหญ่กว่าสะพานลอยในสถานที่อื่นเช่นตามภาพถ่าย แม้ว่าจำเลยที่ 1 จะมีแบบก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามอันเป็นมาตรฐานอยู่หลายแบบแต่มีขนาดไม่เท่ากัน เมื่อพิจารณาจากภาพถ่าย ก็เห็นได้ชัดว่ามีการก่อสร้างเสาอีกสี่ต้นล้อมรอบเสากลาง ที่น่าเชื่อว่าไม่ใช่เสาที่รับน้ำหนักหัวสะพาน แต่เพื่อรับน้ำหนักซุ้มหลังคา ระหว่างเสาทั้งสี่ต้นยังทำแผงปิดเป็นซุ้มเพื่อให้เกิดความสวยงาม อันเป็นการตกแต่งสะพานลอยพิพาทตามที่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมนำสืบเองว่า สาเหตุเพราะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องการให้สะพานลอยพิพาทสวยงามเสมือนเป็นประตูสู่ภาคอีสานจึงรับฟังได้ว่าสะพานลอยพิพาทถูกก่อสร้างตกแต่งเพิ่มขึ้นจากแบบก่อสร้างที่เป็นปกติหรือเป็นมาตรฐาน สิ่งตกแต่งที่เพิ่มขึ้นก็เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นเหตุให้ปิดบังแสงแดดและทางลมผ่านเข้าสู่อาคารของโจทก์มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย จนปัจจุบันเมื่อมองจากถนนมิตรภาพ ซุ้มเสา สะพานลอยพิพาทและซุ้มหลังคาสะพานลอยแทบจะปิดบังอาคารของโจทก์ไปหมดสิ้นตามภาพถ่าย ส่วนเรื่องจุดหรือตำแหน่งของสะพานลอยพิพาทเหมาะสมหรือไม่นั้น ที่โจทก์นำสืบว่า ริมถนนมิตรภาพฝั่งเดียวกับอาคารของโจทก์ห่างไปเพียง 100 เมตร มีที่ดินว่างซึ่งจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมใช้เป็นที่จอดรถของลูกค้าและมีทางม้าลายให้คนเดินข้ามถนนมิตรภาพตามแผนที่ปรากฏว่าทางม้าลายตรงกับทางรถเข้าออกห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ อันเป็นจุดที่สร้างสะพานลอยคนข้ามได้โดยไม่ปิดบังหน้าอาคารใด ๆ นั้น จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมมิได้นำสืบพยานหลักฐานโต้แย้งให้เห็นเป็นประการอื่น จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงว่ามีจุดหรือตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมในการสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามถนนมิตรภาพในบริเวณนั้นไม่ใช่มีลำพังแค่จุดที่สร้างสะพานลอยพิพาทเท่านั้น อาคารพาณิชย์ของโจทก์มีอยู่ก่อนจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมก่อสร้างราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ และไม่ปรากฏว่ามีป้ายจอดรถโดยสารประจำทางและทางม้าลายอยู่ในบริเวณนั้นแต่เดิมอันจะเป็นเหตุให้มีคนเดินข้ามถนนมากเป็นพิเศษในจุดนั้น การก่อสร้างสะพานลอยพิพาทจึงริเริ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมโดยตรง เพราะในขณะนั้นมิได้เป็นจุดที่มีประชาชนเดินข้ามถนนเป็นจำนวนมากแต่อย่างใด ลำพังการคาดการณ์ว่าเมื่อสร้างสะพานลอยพิพาทแล้ว ย่อมต้องมีประชาชนใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก ยังไม่พอฟังว่าการสร้างสะพานลอยพิพาทเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์โดยแท้จริง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันกำหนดจุดก่อสร้างสะพานลอยพิพาทเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจการค้าของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมอันเป็นการใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควร อันเป็นละเมิดต่อโจทก์ตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..." พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4857/2553 นายสมเกียรติ เตียตระกูลวิวัตน์ โดยนางสาวนฤมล เตียตระกูลวิวัฒน์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ กรมทางหลวง กับพวก จำเลย บริษัทราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ จำกัด จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมเกียรติ เตียตระกูลวิวัตน์โดยนางสาวนฤมล เตียตระกูลวิวัฒน์ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - กรมทางหลวง กับพวก · จำเลยร่วม - บริษัทราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภิรัตน์ ลัดพลี · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · ธนฤกษ์ นิติเศรณี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 2572/2520ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ