⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6022/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6022/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษจำคุก เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยได้.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังจำเลยแทน แม้โทษที่จะรอการลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 56 ได้จะต้องเป็นโทษจำคุกเท่านั้นก็ตาม แต่การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษจำคุกก็เท่ากับเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ (1) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง และให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี โดยไม่ได้กล่าวไว้ในคำพิพากษาว่าไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังก็หาได้เป็นคำพิพากษาที่มิชอบไม่ แต่ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ชัดเจนโดยไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1) จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังเป็นเวลา 1 เดือนแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย 2,000 บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพ เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ เพราะโทษที่จะรอการลงโทษได้ต้องเป็นโทษจำคุกเท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จึงเป็นการมิชอบนั้น เห็นว่าแม้คดีนี้ศาลชั้นต้นจะเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังจำเลยแทน และแม้โทษที่จะรอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ได้จะต้องเป็นโทษจำคุกเท่านั้นก็ตาม แต่การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษจำคุกก็เท่ากับ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ (1) ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง และให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี โดยไม่ได้กล่าวไว้ในคำพิพากษาว่าไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังก็หาได้เป็นคำพิพากษาที่มิชอบดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และเมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ชัดเจน พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง และให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6022/2553 นายสุรวุฒิ นาคน้อย โจทก์ นางนิโลบล ทรัพย์พอพันธุ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุรวุฒิ นาคน้อย · จำเลย - นางนิโลบล ทรัพย์พอพันธุ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระพล ตั้งสุวรรณ · อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย · สุนทร ทรงฤกษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงดุสิต - นายธิตินันต์ ธัญญสิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ จันทกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4598/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา