⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11840/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11840/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เตรียมการล่วงหน้าและมีเวลาคิดทบทวนก่อนลงมือ ถือเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน.

ย่อคำพิพากษา

ว. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย อยู่กินด้วยกันที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพรต่อมาเลิกกันโดยมิได้จดทะเบียนหย่า ว. ย้ายไปอยู่จังหวัดภูเก็ต ได้รู้จักกับผู้เสียหายและได้อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้เสียหาย จำเลยตามไปจังหวัดภูเก็ตและขู่ว่าหากแต่งงานใหม่จะฆ่า ว. กับผู้เสียหาย ต่อมาปี 2547 ว. กับผู้เสียหายได้มางานศพบิดา ว. ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร จำเลยขู่จะฆ่า ว. และผู้เสียหายอีก จน ว. ได้แจ้งความไว้กับเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงว่าจำเลยมีความโกรธแค้น ว. และผู้เสียหายและก็คงหาโอกาสที่จะฆ่าบุคคลทั้งสองมาตลอด จนวันเกิดเหตุเมื่อจำเลยทราบว่า ว. และผู้เสียหายมาที่อำเภอหลังสวน จำเลยก็ได้เดินทางจากบ้านจำเลยไปที่บ้านพักของ ว. และผู้เสียหาย เมื่อไปถึงจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป การที่จำเลยนำอาวุธติดตัวไปด้วยแสดงว่าจำเลยเตรียมอาวุธปืนเพื่อที่จะฆ่าผู้เสียหายไว้แล้ว ทั้งบ้านจำเลยและบ้านที่เกิดเหตุซึ่งอยู่คนละหมู่บ้านกันย่อมมีระยะทางห่างกันพอสมควร ระหว่างที่จำเลยเดินทางไปจำเลยย่อมคิดทบทวนหลายครั้งแล้วว่าจะฆ่าผู้เสียหาย เมื่อไปถึงจำเลยก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายไปเลยโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289 (4), 80, 32, 33, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพในข้อหามีและพาอาวุธปืน ส่วนข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยให้การว่ากระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นให้หนึ่งในสาม และฐานมีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจำคุก 6 ปี 8 เดือน ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 17 เดือน ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ยก ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 52 (1), 80 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้จำคุกตลอดชีวิต คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน และฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุกจำเลย 33 ปี 13 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยได้ใช้ปืนยิงนายบุญโลม ผู้เสียหายที่บริเวณลำตัวข้างขวาและแขนขวาทะลุปอดขวาฉีกขาด กระดูกต้นแขนขวาหัก เส้นเลือดแดงที่ต้นแขนขวาขาด มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เห็นว่า นางวาสนาเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย มีบุตรด้วยกัน 2 คน ได้อยู่กินด้วยกันที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ต่อมาได้เลิกอยู่กินด้วยกันแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า โดยนางวาสนาได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต อยู่ได้ประมาณ 1 ปี ได้รู้จักกับผู้เสียหายและได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา จำเลยได้ตามไปที่จังหวัดภูเก็ตและได้ขู่ว่าหากแต่งงานใหม่จะฆ่านางวาสนากับผู้เสียหาย ต่อมาปี 2547 นางวาสนากับผู้เสียหายได้มางานศพบิดานางวาสนาที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร จำเลยก็ได้ขู่จะฆ่านางวาสนาและผู้เสียหายอีก จนนางวาสนาได้แจ้งความไว้กับเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงว่าจำเลยมีความโกรธแค้นนางวาสนาและผู้เสียหายตั้งแต่ที่ได้ทราบว่าทั้งสองคนอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และก็คงหาโอกาสที่จะฆ่าบุคคลทั้งสองมาตลอด จนวันเกิดเหตุเมื่อจำเลยทราบว่านางวาสนาและผู้เสียหายมาที่อำเภอหลังสวน จำเลยก็ได้เดินทางจากบ้านจำเลยซึ่งอยู่ที่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 3 ตำบลนาขา อำเภอหลังสวนไปที่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 12 ตำบลนาขา อำเภอหลังสวน ซึ่งนางวาสนาและผู้เสียหายพักอยู่ เมื่อไปถึงจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแล้วหลบหนีไปเลย การที่จำเลยนำอาวุธติดตัวไปด้วยแสดงว่าจำเลยเตรียมอาวุธปืนเพื่อที่จะฆ่าผู้เสียหายไว้แล้ว ทั้งบ้านจำเลยและบ้านที่เกิดเหตุซึ่งอยู่คนละหมู่กันย่อมมีระยะทางห่างกันพอสมควร ระหว่างที่จำเลยเดินทางไปจำเลยย่อมคิดทบทวนหลายครั้งแล้วว่าจะฆ่าผู้เสียหาย เมื่อไปถึงจำเลยก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายไปเลยโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน... ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11840/2554 พนักงานอัยการจังหวัดหลังสวน โจทก์ นายประสารหรือแอ๊ด แก้วนคร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหลังสวน · จำเลย - นายประสารหรือแอ๊ด แก้วนคร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไสว จันทะศรี · สมชาย สินเกษม · ปริญญา ดีผดุง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - นายต่อพงษ์ พ่วงมหา · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายบุญสิทธิ์ คงสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4785/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 619/2513ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531ฎีกา 414/2529ฎีกา 6675/2531ฎีกา 643/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา