⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3939/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3939/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสอบสวนจำเลยซึ่งไม่เข้าใจภาษาไทยโดยไม่ได้จัดหาล่ามแปลให้ ถือว่าจำเลยไม่เข้าใจข้อหาและให้การรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ การรับสารภาพเช่นนี้จึงไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นชาวเขาเผ่าว้าไม่เข้าใจภาษาไทยและต้องสื่อสารกันด้วยภาษามือ กับจำเลยต้องเบิกความผ่านล่าม เชื่อว่าจำเลยไม่รู้และเข้าใจภาษาไทย การที่พันตำรวจโท ช. สอบปากคำจำเลยโดยไม่ได้จัดหาล่ามแปลให้จำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 จึงยังถือไม่ได้ว่า จำเลยเข้าใจข้อหาและให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ ถ้อยคำรับสารภาพของจำเลยจึงไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/4

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.13

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4, 11, 12, 18, 62, 81 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ปฏิเสธข้อหามีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11, 62 วรรคหนึ่ง, 81 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2), 66 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 5,000,000 บาท สำหรับฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพทั้งสองฐาน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 3 เดือน ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 3 เดือน แต่เมื่อศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยสำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว จึงไม่อาจนำโทษจำคุกจำเลยมารวมได้ คงให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเฉพาะในข้อหามีเมทแอมเฟ-ตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ให้ริบเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า พันตรีเจนกับพวก พบเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลางที่หลังคากระท่อมกับบริเวณชายคานอกกระท่อม มิได้พบอยู่ที่จำเลย แม้ขณะเกิดเหตุมีจำเลยอยู่ที่กระท่อมเพียงคนเดียว แต่ได้ความจากพันตำรวจโทชัชวาลว่า พยานสอบปากคำนายสมศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านท้องที่แล้วให้การว่า กระท่อมที่เกิดเหตุเป็นของนายไอ่เบ ซึ่งถูกจับข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดและถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดกำแพงเพชร โดยนายสมศักดิ์ไม่รู้จักจำเลย ตามบันทึกคำให้การ จึงไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะยืนยันได้ว่าจำเลยพักอาศัยหลับนอนอยู่ที่กระท่อมดังกล่าว ในอันที่จะพอนำมาเชื่อมโยงหรือเป็นข้อที่บ่งชี้ได้ว่า จำเลยน่าจะมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลาง ประกอบกับข้อมูลที่พันตรีเจนกับพวกทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในหมู่บ้านฮ้าหก แหล่งข่าวก็มิได้แจ้งว่าผู้ที่ลำเลียงเป็นจำเลย ส่วนที่พันตำรวจโทชัชวาลอ้างว่า ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ โดยระบุไว้ในบันทึกคำให้การ จำเลยเป็นชาวเขาเผ่าว้า สามารถพูดและเข้าใจภาษาไทยได้ดี กลับปรากฏจากคำเบิกความของพันตรีเจนและจ่าสิบเอกสมนึกว่า พยานทั้งสองกับพวกพูดคุยกับจำเลยไม่รู้เรื่องเนื่องจากจำเลยไม่เข้าใจภาษาไทยและต้องสื่อสารกันด้วยภาษามือ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณาที่จำเลยต้องเบิกความผ่านล่าม เชื่อว่าจำเลยไม่รู้และเข้าใจภาษาไทย การที่พันตำรวจโทชัชวาลสอบปากคำจำเลยโดยไม่ได้จัดหาล่ามแปลให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 เช่นนี้ จึงยังถือไม่ได้ว่า จำเลยเข้าใจข้อหาและให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ ถ้อยคำรับสารภาพของจำเลยจึงไม่สามารถนำมารับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/4 ฎีกาของโจทก์ประการอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3939/2554 พนักงานอัยการจังหวัดฝาง โจทก์ นายอ้ายจาย ไม่มีชื่อสกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฝาง · จำเลย - นายอ้ายจาย ไม่มีชื่อสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · วิรุฬห์ แสงเทียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฝาง - นายคณากร เพียรชนะ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางศุภลักษณ์ พิชญเวคิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4838/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 403/2537ฎีกา 7567/2544ฎีกา 1857/2543ฎีกา 1033/2507ฎีกา 65/2518ฎีกา 10449/2556ฎีกา 52/2529ฎีกา 1760/2532ฎีกา 18538/2555ฎีกา 4198/2541ฎีกา 5476/2537ฎีกา 817-818/2486ฎีกา 463/2500ฎีกา 1736/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา