⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5172/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5172/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจูงใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบ ไม่ถือเป็นความเสียหายที่กฎหมายคุ้มครองตามความผิดฐานฉ้อโกง

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยหลอกลวงโจทก์ทั้งสองว่าจำเลยสามารถวิ่งเต้นพนักงานอัยการและผู้พิพากษา ล้มคดีให้แก่โจทก์ทั้งสองได้ และเรียกเอาเงินเพื่อนำไปให้พนักงานอัยการและผู้พิพากษาเพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองหลงเชื่อและได้มอบเงินจำนวน 58,000 บาทแก่จำเลยไป การกระทำของโจทก์ทั้งสองดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน และถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองใช้ให้จำเลยกระทำผิด แม้โจทก์ทั้งสองจะไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้นำเงินไปเป็นค่าวิ่งเต้นคดีก็ตาม โจทก์ทั้งสองก็มิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายที่ฟ้องคดีความผิดฐานฉ้อโกงได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยไม่โต้แย้งคัดค้านกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุคดีนี้โจทก์ทั้งสองถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุจำเลยหลอกลวงโจทก์ทั้งสองว่าจะช่วยวิ่งเต้นล้มคดีให้แก่โจทก์ทั้งสอง โดยจะต้องเสียค่าวิ่งเต้นพนักงานอัยการและผู้พิพากษารวมเป็นเงิน 200,000 บาท เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษา ยกฟ้อง ซึ่งเป็นความเท็จ โจทก์ทั้งสองหลงเชื่อจึงได้จ่ายเงินค่าวิ่งเต้นให้แก่จำเลยไปรวม 58,000 บาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) บัญญัติว่า "ผู้เสียหาย" หมายความถึง บุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง ฯลฯ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ทั้งสองว่าจำเลยสามารถวิ่งเต้นพนักงานอัยการและผู้พิพากษาล้มคดีให้แก่โจทก์ทั้งสองได้ และเรียกเอาเงินเพื่อนำไปให้พนักงานอัยการและผู้พิพากษาเพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองหลงเชื่อได้มอบเงินจำนวน 58,000 บาท แก่จำเลยไป การกระทำของโจทก์ทั้งสอง ดังนี้ มีวัตถุประสงค์เป็นการร่วมกับจำเลยในการนำสินบนไปให้เจ้าพนักงาน อันอาจถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองใช้ให้จำเลยกระทำความผิด แม้โจทก์ทั้งสองจะไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้นำเงินไปเป็นค่าวิ่งเต้นคดีก็ตาม โจทก์ ทั้งสองก็มิใช่ผู้เสียหายที่จะนำคดีในความผิดฐานฉ้อโกงมาฟ้องจำเลยได้ ส่วนฎีกาของโจทก์ทั้งสองใน ข้ออื่นไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงจึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5172/2554 นางสำเนียง ทูลไธสง กับพวก โจทก์ นายชำนิ ศาลาประโคน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำเนียง ทูลไธสง กับพวก · จำเลย - นายชำนิ ศาลาประโคน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน · ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ · กษิดิ์เดช จีนสลุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายศักดิ์เทวินทร์ โมราชาติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายวัส ติงสมิตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6086/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 915/2566ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 389/2542ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 276/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา