คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2554
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการสมัครใจวิวาท ไม่ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยพกมีดปลายแหลมไปตามหาผู้เสียหายที่บ้าน เพราะโกรธผู้เสียหายที่ไปทำร้าย ส. บุตรเขยจำเลย เมื่อผู้เสียหายได้ยินจึงเดินออกจากบ้าน แล้วต่างฝ่ายต่างเดินเข้าหากัน ผู้เสียหายชกต่อยจำเลยไป 1 ครั้ง ขณะเดียวกันจำเลยก็ใช้มีดปลายแหลมแทงผู้เสียหายหลายครั้ง ตามพฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยสมัครใจวิวาทกับผู้เสียหาย จะอ้างเหตุว่าจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตัวไม่ได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 91, 288, 371 และริบมีดของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (ที่ถูก มาตรา 297 (8)), 371 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 4 ปี ฐานพาอาวุธมีด ปรับ 100 บาท รวมจำคุก 4 ปี และปรับ 100 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่ถูก ไม่ต้องระบุมาตรา 30) ข้อหาอื่นให้ยก ริบมีดของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ประกอบมาตรา 69 ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ จำคุก 2 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานพาอาวุธมีดตามที่ศาลชั้นต้นลงโทษแล้ว เป็นจำคุก 2 ปี และปรับ 100 บาท นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...การที่จำเลยพกมีดปลายแหลมไปที่บ้านผู้เสียหายและถามหาผู้เสียหายว่า "ไอ้โก๋อยู่ไหนวะ" เพราะโกรธผู้เสียหายที่ไปทำร้ายนายสามารถบุตรเขยจำเลย เมื่อผู้เสียหายได้ยินจึงเดินออกจากบ้านไปถามจำเลยว่า "แกมีอะไร" แล้วต่างฝ่ายต่างเดินเข้าหากัน ผู้เสียหายชกต่อยจำเลยไป 1 ครั้ง ขณะเดียวกันจำเลยก็ใช้มีดปลายแหลมแทงผู้เสียหายหลายครั้งถูกบริเวณนมด้านซ้ายทะลุถึงหัวใจ ลำคอด้านขวาและแขนซ้าย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยสมัครใจวิวาทกับผู้เสียหาย จะอ้างเหตุว่าจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตัวไม่ได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่าเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2554
พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์
นายประสิทธิ์ หอละเอียด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นายประสิทธิ์ หอละเอียด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · เมทินี ชโลธร · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ