⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10859/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10859/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยคนหนึ่งยกอายุความขึ้นต่อสู้คดี ไม่ถือว่าเป็นการทำแทนจำเลยคนอื่นที่ไม่ได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้ หากมูลเหตุแห่งคดีของจำเลยแต่ละคนแตกต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดในมูลละเมิด เพราะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 3 หลอกขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งสอง และฟ้องจำเลยที่ 4 ให้ร่วมรับผิดในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทของ ซ. ให้แก่ บ. โดยประมาทเลินเล่อ มูลเหตุที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับจำเลยที่ 4 ต้องรับผิดจึงแตกต่างกัน มูลความแห่งคดีมิใช่เป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ การที่จำเลยที่ 4 ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้จึงไม่ถือว่าเป็นการทำแทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 59 (1) ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ คดีในส่วนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.59 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงิน 59,308,723.96 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 36,090,000 บาท ตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 9,022,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2533 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท คำขออื่นให้ยก ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำหรับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 20,000 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังได้ยุติในเบื้องต้นว่า เดิมที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 345 ตำบลหนองจอก (หนองจอกฝั่งเหนือ) อำเภอหนองจอก กรุงเทพมหานคร มีชื่อนางเซี๊ยะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้อื่น เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2531 จำเลยที่ 3 ปลอมลายมือชื่อนางเซี๊ยะโอนขายที่ดินส่วนของนางเซี๊ยะให้แก่นายบุญศักดิ์ โดยมีจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการจดทะเบียนโอน วันที่ 14 พฤศจิกายน 2531 นายบุญศักดิ์โอนขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 3 วันที่ 9 มิถุนายน 2532 จำเลยที่ 3 แบ่งขายที่ดินให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อมานางเซี๊ยะฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และนายบุญศักดิ์ต่อศาลชั้นต้น ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินดังกล่าวทั้งหมด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ วันที่ 5 กรกฎาคม 2533 จำเลยที่ 1 และที่ 2 โอนขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ 3 แล้วจำเลยที่ 3 โอนขายให้โจทก์ทั้งสองในวันเดียวกัน ต่อมาคดีดังกล่าวศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้เพิกถอนการโอนที่ดินตามฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3699/2537 จึงดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนโอนทั้งหมด คดีสำหรับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ไม่มีคู่ความอุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายมีว่า การที่จำเลยที่ 4 ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ถือว่าเป็นการทำแทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดในมูลละเมิดเพราะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 3 หลอกขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งสอง ส่วนจำเลยที่ 4 โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้รับผิดเพราะจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทของนางเซี๊ยะให้แก่นายบุญศักดิ์โดยประมาทเลินเล่อ มูลเหตุที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับจำเลยที่ 4 ต้องรับผิดแตกต่างกัน มูลความแห่งคดีจึงมิใช่เป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ การที่จำเลยที่ 4 ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้จึงไม่ถือว่าเป็นการทำแทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 (1) ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ คดีในส่วนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยในประเด็นนี้ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 20,000 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10859/2555 นายสุรัติ หงส์วิเศษชัย กับพวก โจทก์ นายสมศักดิ์ สุวรรณมานนท์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุรัติ หงส์วิเศษชัย กับพวก · จำเลย - นายสมศักดิ์ สุวรรณมานนท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาวุธ ปั้นปรีชา · วีระชาติ เอี่ยมประไพ · สมชาย พันธุมะโอภาส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายพีระ จุ่งพิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิศาล อัยยะวรากูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.494/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา